ชอคอับ ตรวจสอบก่อนเสื่อม

ชอคอับ ตรวจสอบก่อนเสื่อม ที่มาชอคอับ เป็นส่วนหนึ่งของระบบรองรับ ที่ช่วยซับแรงกระแทกระหว่างล้อกับตัวถังรถยนต์ หากชอคอับเสื่อมสภาพ จะมีผลต่อการทรงตัวของรถ DIY…คุณทำเองได้ มีวิธีตรวจเชคชอคอับมาฝาก หน้าที่หลักของชอคอับ คือ ลดแรงกระแทก และดูดซับแรงสั่นสะเทือนของสปริงชอคอับ, ทอร์ชันบาร์ หรือแหนบ ที่เกิดขึ้นในขณะขับขี่ รวมถึงช่วย “หน่วง” การเคลื่อนที่ขึ้น/ลงของระบบรองรับที่ส่งผลมาถึงตัวรถ ทั้งยังช่วยลดการสึกหรอของยาง และชิ้นส่วนอะไหล่ที่เกี่ยวข้องกับช่วงล่าง เช่น ลูกหมาก บุชยาง และระบบกันสะเทือนต่างๆ เพื่อให้รถทรงตัวได้ดีที่สุด ชอคอับน้ำมัน และน้ำมัน+แกส ชอคอับน้ำมัน จะบรรจุน้ำมันไฮดรอลิคไว้ในกระบอกชอคอับ การทำงานอาศัยแรงดันของลูกสูบภายในเป็นตัวอัดให้น้ำมันไหลผ่านรูเล็กๆ ที่เรียกว่า รูออริฟิศ (ORIFICES) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและจำกัดการไหลของน้ำมันไฮดรอลิคตามการยืดยุบที่ได้รับจากล้อ ข้อเสียของชอคอับชนิดนี้ เมื่อชอคอับทำงานหนัก แกนชอคอับจะเคลื่อนที่ขึ้น/ลงต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความร้อนสูง จนเกิดฟองอากาศ (มีช่องว่าง) ทำให้มีอาการเฟด (FADE) ไม่มีเสถียรภาพในการยืดยุบ ชอคอับน้ำมัน+แกส โครงสร้างหลักเหมือนกับชอคอับน้ำมัน เพียงแต่บรรจุแกสเข้าไปภายในกระบอกชอคอับ เพื่อป้องกันการเกิดฟองอากาศของน้ำมันขณะทำงาน ทำให้ชอคอับชนิดนี้ทำงานได้อย่างราบเรียบ และสม่ำเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชอคอับที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ทั่วไปในยุคนี้ ชอคอับเสื่อมสภาพ อันตรายกว่าที่คิด อาการของชอคอับเสื่อมสภาพ ผู้ขับสามารถรับรู้ได้ขณะรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ผ่านถนนขรุขระ ขึ้นสะพาน […]

3 วิธี เลือกยางรถยนต์

3 วิธี เลือกยางรถยนต์ ยางล้อเป็นส่วนประกอบสำคัญอันดับต้นๆ ของรถที่ต้องใส่ใจดูแล เพราะเป็นส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา MR. MOTOR EXPO มีวิธี เลือกซื้อยางมาฝาก 1. เลือกค่าการสึกหรอตามความต้องการใช้งาน โดยทั่วไปยางรถยนต์จะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-6 ปี ขึ้นอยู่กับการใช่งานและการดูแลรักษา บางคนใช้รถปีละ 20,000 กม. ขณะที่บางคนใช้รถปีละ 100,000 กม. ดังนั้น ควรเลือกยางที่มีค่าการสึกหรอ หรือ TREADWEAR ให้เหมาะสม เช่น TREADWEAR 350 จะสึกหรอน้อยกว่า TREADWEAR 150 แต่ต้องแลกด้วย ความเกาะถนนที่แตกต่างกัน (ค่าน้อย สึกหรอสูง ค่ามาก สึกหรอต่ำ) ถ้าใช้รถน้อยควรเลือกยางเนื้อนิ่ม จะได้ไม่แข็งก่อนยางสึก แต่ถ้าใช้รถเยอะก็ควรเลือกยางเนื้อแข็งเพื่อยืดอายุการสึกหรอของดอกยาง 2. ราคาสมเหตุสมผล ปัจจุบันมีผู้ผลิตยางหลายเจ้าในตลาด การแข่งขันมีสูง ทำให้ราคายางแต่ละเจ้าจึงไม่หนีกันเท่าไร ผู้ผลิตยางที่ดีต้องพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองอยู่เสมอ และต้องตั้งราคาสมเหตุสมผล ส่วนผู้ใช้ควรเปรียบเทียบราคา และคุณภาพของยางจากผู้ผลิตหลายราย ก่อนตัดสินใจซื้อ 3. เลือกดอกยางให้เหมาะสม […]

การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ถูกต้อง

การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ถูกต้อง จริงๆ แล้วอยากจะบอกว่า คนไทยมีการจับพวงมาลัยผิดตำแหน่งกันมากกว่าครึ่ง แต่ก็ไม่ได้สำรวจอย่างจริงจัง แค่ลองนั่งริมถนนคอยดูคนขับรถผ่านไปเท่านั้น 3 สาเหตุที่ทำให้หลายคนปฏิบัติกันผิดๆ ก็คือ 1. เน้นความสบายของตนเองเป็นหลัก 2. จับพวงมาลัยตามใจชอบ ก็ไม่เห็นจะเกิดอุบัติเหตุเลย 3. ไม่มีใครบอกใครสอน ทั้งตอนหัดขับรถ หรือคนอื่นนั่งไปด้วย ตำแหน่งที่ถูกต้องของการจับพวงมาลัย เมื่อเปรียบเทียบกับหน้าปัดนาฬิกา เพราะเป็นวงกลมเหมือนกันน่าจะเข้าใจกันได้ง่าย มือซ้ายอยู่ในตำแหน่ง 9 นาฬิกา มือขวาอยู่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา ส่วนตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกา อนุโลมได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะความแม่นยำในการบังคับควบคุมจะด้อยกว่าตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา ซึ่งอยู่ครึ่งหรือช่วงกลางของวงพวงมาลัยพอดี การกำพวงมาลัยสำหรับการขับรถบนเส้นทางเรียบ ไม่ใช่วิบาก ควรใช้นิ้วโป้งเกี่ยวช่วยด้วยเสมอ กำแน่นพอประมาณ แต่ไม่หลวมเกินไป ควรจับพวงมาลัย 2 มือ ที่ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกาอยู่เสมอ (แต่ไม่ถึงกับเกาหรือปรับวิทยุไมได้) อย่าชะล่าใจเมื่อเห็นเส้นทางโล่งๆ […]

ความหนาของผ้าเบรค วัดได้จากระดับน้ำมันเบรค…จริงไหม ?

ความหนาของผ้าเบรค วัดได้จากระดับน้ำมันเบรค…จริงไหม ? เขาว่า… : เราสามารถประเมิน “ความหนา” ของผ้าเบรคได้จากระดับน้ำมันเบรค…จริงไหม ? ไม่จริง : เพราะ “ความหนา” ของผ้าเบรค ต้องตรวจเชคจากการมองด้วยตา หรือใช้เครื่องมือวัดเท่านั้น ไม่สามารถคาดคะเนได้จากระดับน้ำมันเบรค ในบ้านเรา ไม่ว่าเป็นช่างซ่อมรถ หรือใครก็ตามที่รักรถ จะได้รับการบอกต่อๆ กันมา ถึงวิธีการเชคความสึกของผ้าเบรค ด้วยการดูระดับน้ำมันเบรคที่พร่องไป ซึ่งถูกต้อง เพราะถ้าระบบเบรคไม่มีการรั่วซึม น้ำมันเบรคย่อมไม่หายไปไหน แต่หากระดับน้ำมันเบรคในถ้วยลดลง แสดงว่าลูกสูบของก้ามเบรคได้เคลื่อนตัวออกมาตามระยะที่ผ้าเบรคสึก และน้ำมันเบรคจะไปแทนที่ปริมาตรส่วนนี้ แต่เราไม่สามารถตรวจหา “ความหนา” ของผ้าเบรค (ระยะที่ผ้าเบรคสึก) ได้จากการวัดระดับน้ำมันเบรคในถ้วยเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างกรณีแรก รถที่มีถ้วยน้ำมันเบรคขนาดใหญ่ ลูกสูบเบรคขนาดเล็ก และผ้าเบรคมีความหนาไม่มาก แม้จะใช้จนผ้าเบรคสึกเกือบหมด น้ำมันเบรคในถ้วยก็ยังลดระดับลงไม่มาก กรณีที่ 2 รถที่ใช้ถ้วยน้ำมันเบรคขนาดเล็ก ลูกสูบเบรคขนาดใหญ่ และผ้าเบรคมีความหนามาก แบบนี้น้ำมันเบรคจะลดลงถึงขีดล่าง (MIN) ได้โดยที่ผ้าเบรคยังเหลือใช้งานได้อีกนาน ดังนั้น “ความหนา” ของผ้าเบรค ต้องตรวจเชคจากการมองด้วยตา หรือใช้เครื่องมือวัดเท่านั้นครับ ไม่สามารถกะระยะเอาเองจากระดับน้ำมันเบรคในถ้วยได้ […]

4 เทคนิค ถอยเข้าซอง (ด้านซ้าย)

4 เทคนิค ถอยเข้าซอง (ด้านซ้าย) 1. ประเมินความกว้าง รถแต่ละคันมีความกว้างไม่เท่ากัน ดังนั้นให้ประเมินความกว้างช่องจอดด้วยสายตาเสียก่อน โดยเผื่อระยะเปิดประตูเพื่อออกจากรถด้วย 2. เว้นระยะทางซ้าย 1 เมตร เมื่อประเมินว่าผ่านให้เว้นระยะห่างทางด้านซ้ายประมาณ 1 เมตร แล้วขับรถเลยจากช่องที่ “ว่าง” ไปอีก 1 ช่อง โดยให้ท้ายรถเราพ้นหน้ารถคันที่จอดอยู่แล้วหยุด 3. หมุนซ้ายเข้าช่องจอด หมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายจนสุด ขยับรถถอยหลัง มองกระจกซ้าย ให้ล้อหลังซ้ายห่างจากกันชนหน้ารถคันที่จอดอยู่ประมาณ 1 ฟุต 4. ตั้งลำตรงให้ขนาน ถอยเข้าไปตรงกลางช่องว่างอย่างระมัดระวัง เมื่อรถตั้งลำได้ให้คืนพวงมาลัยตรง จนได้ระยะเท่าคันข้างๆ เป็นอันเสร็จ นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2562 คอลัมน์ : MR. MOTOR EXPO ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Kf8J7 ดูบทความทั้งหมด

4 เทคนิคการจอดรถทางขนาน

4 เทคนิคการจอดรถทางขนาน การจอดรถขนานเส้น (หรือฟุตบาท) ในช่องที่มีรถอื่นปิดหัวท้าย ไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนโยกอย่างไรก็ไม่สามารถจอดได้ MR. MOTOR EXPO มีเคล็ดลับง่ายๆ ในการจอดมาฝาก 1. เทียบที่ว่าง เพื่อกะระยะ เมื่อเจอที่ว่าง นำรถไปจอดเทียบเพื่อกะระยะ ประเมินว่ารถเราจะจอดได้หรือไม่ 2. จอดประกบคันหน้า ถ้าคิดว่าจอดได้แน่ ให้นำรถไปจอดประกบกับรถคันหน้าของพื้นที่ว่าง ให้พอดีคัน ทั้งหน้ารถ และหลังรถ โดยเว้นระยะห่างประมาณ 2 ฟุต 3. ถอยหลังเข้าซอง 45 องศา หักพวงมาลัยไปทางซ้ายให้สุด ถอยรถเข้าออกจนรถเอียงประมาณ 45 องศา (มองกระจกท้ายเห็นป้ายทะเบียนรถคันหลังแสดงว่า 45 องศา) แล้วคืนพวงมาลัยตรง 4. หักคืนพวงมาลัยอย่างสวยงาม ถอยหลังต่อจนกว่าหน้ารถจะอยู่ในแนวเดียวกับกันชนท้ายของรถคันหน้า จากนั้นหักพวงมาลัยไปทางขวาสุด แล้วค่อยๆ ถอยเข้าจอด คืนพวงมาลัยตรงขยับให้ได้ตำแหน่งพอดี เป็นอันเสร็จ นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2562 คอลัมน์ […]