เชคยางสักนิด ชีวิตจะปลอดภัย !

เชคยางสักนิด ชีวิตจะปลอดภัย !

เชคยางสักนิด ชีวิตจะปลอดภัย !

May 25, 2015

ไม่ว่ารถจะมีสมรรถนะดีแค่ไหน แต่ถ้ายางเสื่อมสภาพ ทุกอย่างก็หมดความหมาย ยางรถยนต์เป็นส่วนประกอบเดียวของรถ ที่สัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา การสึกหรอ จึงเร็วกว่าส่วนประกอบอื่น เราขอเสนอวิธีตรวจเชคยางรถยนต์เบื้องต้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ !

ตรวจสอบหน้าสัมผัสของยาง

ถึงแม้ว่าหน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนน จะมีเพียงแค่ฝ่ามือ หรือเท่ากับขนาดโปสการ์ด แต่เป็นส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนน และรับน้ำหนักทั้งหมดของรถยนต์ การตรวจความลึกของร่องดอกยางจึงสำคัญ เพราะดอกยางมีส่วนสำคัญในการรีดน้ำ ลดความเสี่ยงของการเหินน้ำ และยังมีผลต่อการควบคุมรถ รวมถึงระยะเบรค ความลึกของร่องดอกยางต้องมีมากกว่า 3 มม. หากน้อยกว่านี้ คงถึงเวลาที่ต้องหายางชุดใหม่ มาประจำการแทนยางเดิมแล้วล่ะ
แรงดันลมยาง

การตรวจสอบความดันลมยาง ควรทำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งรวมถึงยางอะไหล่ด้วย โดยต้องตรวจเชคก่อนการใช้งาน ในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จาก คู่มือประจำรถ ป้ายด้านข้างประตู ที่เก็บของฝั่งผู้โดยสาร และด้านในฝาถังน้ำมัน ลมยางที่ถูกต้องจะช่วยลดการสึกหรอก่อนเวลา รวมทั้งลดความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้างภายในของยาง และยังลดความเสี่ยงในการควบคุมรถ ปกติลมยางจะลดลงประมาณ 2-3 ปอนด์/เดือน

ตั้งศูนย์/ถ่วงล้อ

เมื่อการขับเคลื่อน เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพบเจอกับสภาพต่างๆ ของถนน เช่น หลุม, บ่อ หรือรอยต่อของถนน จึงเป็นเหตุให้ช่วงล่างได้รับความกระทบกระเทือน ถ้าตกหลุมแรงๆ อาจทำให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้ การตั้งศูนย์จึงเป็นการแก้ที่ตรงจุด ทำให้รถวิ่งได้เสถียร และยังป้องกันการสึกหรอของยางที่ไม่เท่ากันด้วย
ส่วนการถ่วงล้อ ทำได้โดยใช้ตะกั่วติดด้านในขอบล้อ เพื่อป้องกันไม่ให้ยางสึกหรอจากการสั่น (ไม่ให้ล้อสั่นนั่นเอง) หากล้อขาดความสมดุล จะทำให้ยางสึกไม่เท่ากัน นานไปอาจทำให้ชิ้นส่วนช่วงล่าง เกิดการสึกหรอก่อนเวลาอันควรเอาง่ายๆ อีกด้วย ทั้ง 2 แบบนี้ ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง ฉะนั้นทำเองไม่ได้

สลับยาง

การสลับยางเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การสึกหรอของยางรวมเฉลี่ยเท่ากันทั้ง 4 ล้อ สามารถเชคได้จากคู่มือประจำรถ ว่าต้องสลับยางทุกกี่กม. โดยส่วนใหญ่แล้วควรสลับยางทุกๆ 10,000 กม.

อุปกรณ์

1. ไม้บรรทัดขนาดเล็ก

2. ถุงมือ

ขั้นตอนเชคยางรถยนต์

1. จอดรถในที่ราบ ควรดึงเบรคมือทุกครั้งเพื่อป้องกันรถ

2. ใส่ถุงมือให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันคราบดำ จากเนื้อยาง

3. หาสัญลักษณ์ 3 เหลี่ยมตรงบริเวณแก้มยาง

4. ดูที่ร่องเชคดอกบนตัวยาง ว่าการสึกหรอ ต่างกันแค่ไหน

5. นำไม้บรรทัดที่เตรียมไว้ออกมา แล้ววัดความลึกดอกยาง

6. อ่านค่าความลึกของดอกยาง ต้องเกิน 3 มม. ถึงใช้ได้

7. ตรวจดูรอยแตกของขอบยาง บริเวณแก้มยาง ต้องไม่แตกลายงา

8. ตรวจดูตะกั่วที่ใช้สำหรับตั้งศูนย์ ว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่

9. ตรวจเชคความสึกของดอกยางว่ามีการกินด้านใน/ด้านนอก หรือไม่

10. ดูสัปดาห์และปีที่ผลิต ถ้าเกิน 2 ปี ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนได้แล้ว

11. ตรวจดูร่องดอกยาง ว่ามีเศษก้อนหิน หรือตะปู อุดตันติดดอกยางหรือไม่

12. ถ้าเห็นว่ายางอยู่ในสภาพไม่ปกติ ควรแก้ไขตามที่แนะนำ


Credit: วิธวินท์ ไตรพิศ 4WHEELS MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com