ไฟไหม้รถ ! อันตรายเพราะอยากประหยัด

ไฟไหม้รถ ! อันตรายเพราะอยากประหยัด

ไฟไหม้รถ ! อันตรายเพราะอยากประหยัด

May 22, 2015

ผู้ใช้รถบ้านเรา มักเกาะติดตามกระแสต่างๆ ได้ง่าย จนเกินความยั้งคิด หลายครั้ง กระแสที่เกิดขึ้นมันเหมือนไฟไหม้ฟาง ไม่นานก็ลืมกันไป ปัญหาของผู้ใช้รถพิคอัพที่ผ่านมา คือ เรื่องราคาของน้ำมันดีเซลที่พุ่งกระฉูดจนเจ้าของรถหลายๆ คนต้องหาทางออกให้แก่ ตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์เบนซิน แล้วติดแกสซะเลย

การเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์เบนซิน แล้วติดแกส เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นรวดเร็ว แล้วก็เลิกฮิทเร็ว เมื่อน้ำมันดีเซลเกิดถูกขึ้นมา ช่วงนั้นกิจการซื้อขายเครื่องยนต์เก่า และการติดตั้งแกส คึกคักเป็นอันมาก แต่ไม่นานนักหลังจากราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจด้านนี้ก็ เริ่มซบเซา และเจ้าของรถเริ่มมีความยั้งคิดมากขึ้น

เจ้าของรถที่เปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือที่ติดตั้งแกสไปแล้ว อย่ากังวลใจ ปัญหาที่เราจะมา คุยในวันนี้มันเป็นเรื่องการดูแลที่ต่อเนื่องตามมา ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะ เรื่องของความปลอดภัย

รถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์มานั้น ต้องมีการดัดแปลงหลายๆ ระบบ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ แน่นอนว่าเครื่องยนต์ที่นำมาวางกัน มันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับรถพิคอัพ เว้นแต่ว่าได้เครื่องยนต์ที่บรรจุอยู่ในพื้นฐานเดียวกัน การดัดแปลงก็จะน้อยลง

รถที่เปลี่ยนเครื่องมาใหม่ และรถที่ติดตั้งแกสมานั้น ส่อเค้าว่าจะเกิดปัญหาในการใช้งาน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เรื่องที่น่ากลัว คือ ความผิดพลาดในการทำงานของระบบต่างๆ รวมถึงความเสื่อมโทรมของชิ้นส่วน ซึ่ง จะส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมถึงอาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย ซึ่งเป็นอันตราย ที่น่ากลัวมาก

ไฟไหม้รถ มักเกิดจากความบกพร่องของชิ้นส่วนต่างๆ หรือมาจากการทำงานผิดพลาดของระบบ ซึ่งเราสามารถป้องกัน หรือลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งมันเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจาก การวางเครื่องยนต์ ที่ต้องมีการดัดแปลงชิ้นส่วนต่างๆ

แน่นอนว่าการดัดแปลงนั้น อะไหล่ อย่างท่อทางเดินน้ำ น้ำมัน สายไฟ ฯลฯ หลายๆ อย่าง มัน ไม่ได้มาตรฐานตามผู้ผลิตออกแบบมา อะไหล่หลายชิ้น เป็นอะไหล่ที่เกิดจากการดัดแปลง หรือนำของที่มีในท้องตลาดมาใช้งาน อาจจะมีคุณภาพมากบ้าง น้อยบ้างแตกต่างกันไป นั่นกลับกลายเป็นต้นตอของปัญหาเรื่องของการรั่วซึม

ต้นเหตุจากความร้อนที่เกิดจากภายในห้องเครื่อง และสภาพแวดล้อม เพราะระบบระบาย ความร้อนนั้น มีชิ้นส่วนค่อนข้างมาก จุดที่พบว่ามีการรั่วซึมบ่อย คือ ท่อยาง หม้อน้ำ ระบบ ฮีเตอร์ ฯลฯ อุปกรณ์เหล่านี้จะมีการเสื่อมโทรมไปตามอายุการใช้งาน

ท่อยางหม้อน้ำจะบวมปริฉีกขาด หรือแตกลายงาเนื่องจากความร้อน เพราะวัสดุที่ใช้ มียางเป็นส่วนผสมหลัก เมื่อเจอกับความร้อนสูงๆ นานก็จะเสื่อม รวมถึงท่อยางของ ระบบฮีเตอร์ (เฉพาะในรถที่มีระบบนี้) เวลาที่ติดตั้งแกสจะต้องมีการตัดต่อเพื่อนำท่อทาง เดินน้ำร้อนเข้ามาใช้

ที่สำคัญ ก็คือ การดัดแปลงท่อทางต่างๆ และสายไฟ มักจะมาจากร้านอะไหล่ที่มีหลาย เกรดให้เลือก บางครั้งแม้จะเป็นของดี แต่เป็นของเก่าเก็บก็มี ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ใช้งาน ไปไม่นานนัก จะมีการแตกร้าว หรือรั่วซึมจากอะไหล่เหล่านี้ ถ้าหมั่นตรวจเชคระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์อยู่เสมอ คุณก็จะทราบว่ารถคุณมีความผิดปกติเกิดขึ้น

อย่างกรณีน้ำในถังพักน้ำ (ของระบบระบายความร้อน) พร่องหายไป เช่น ต้องเติม น้ำอาทิตย์ละครึ่งแก้ว ก็ถือว่าลางไม่ค่อยดีแล้ว ต้องรีบตรวจเชคโดยเร็ว อย่าลืมตรวจเชค การรั่วซึมของปั๊มน้ำด้วยนะครับ ปัญหานี้นอกจากจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายแล้ว ยังอาจทำให้ไฟไหม้ได้โดยไม่คาดคิด เนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นสูงอาจส่งผลให้พลาสติค หรือสายไฟเส้นเล็กๆ ละลาย แล้วเกิดการลัดวงจร ผลที่ตามมาก็คือ การลุกไหม้

ดังนั้นการตรวจเชคสภาพของเครื่องยนต์ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดโอกาสเสี่ยงนี้ได้ ท่อทางเดินต่างๆ ที่เปลี่ยนเข้าไปใหม่นั้น ให้ลองสัมผัสดู ถ้ารู้สึกว่าแข็งกระด้าง ให้รีบ เปลี่ยนโดยไม่ต้องรอจนเกิดความเสียหาย เพราะราคาไม่แพง ดังนั้นอย่ารอให้เสียหาย แล้วค่อยเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องตรวจเชคเป็นพิเศษ คือ เรื่องท่อทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ เบนซิน หรือดีเซลต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยอุณหภูมิห้องเครื่องยนต์ที่สูง การเสื่อมสภาพของท่อทางที่แตกลายงา หรือเปื่อยยุ่ย อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิด ตามมา แม้ว่าเราจะเปลี่ยนท่อทางเดินใหม่ หรือกรองเชื้อเพลิงแล้ว ความผิดพลาดใน การประกอบ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ไม่น้อยเช่นกัน

น้ำมันเบนซินนั้น จะว่าไปแล้วเหมือนอันตรายกว่า เมื่อเกิดการรั่วซึม แต่ในความเป็นจริง การรั่วซึมแต่ไม่มีประกายไฟจากจุดอื่นๆ โอกาสที่จะเกิดเพลิงลุกไหม้ถือว่าเป็นเรื่องยาก ทีเดียว การลุกไหม้ของน้ำมันเบนซินต้องอาศัยประกายไฟเป็นสำคัญ แม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้เกิดการลุกไหม้ได้ทันที เคยเจอกับตนเองมาแล้วท่อน้ำมันเบนซินรั่วฉีดน้ำมัน ออกมาเป็นสายด้วยซ้ำ แม้จะโดนท่อไอเสียก็ไม่เกิดการลุกไหม้

การวางเครื่องยนต์ใหม่ต้องให้ความสำคัญต่อท่อทางเดินน้ำมันให้มาก โดยเฉพาะรถที่วางเครื่องยนต์มามากกว่า 1 หรือ 2 ปีขึ้นไป การติดตั้งท่อน้ำมันอาจจะดูเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะท่อยาง สามารถดัดแปลงได้ง่าย แต่การบิดตัวของท่อที่ไม่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะ เมื่อต้องบิดท่อให้ไปตามช่องว่างที่มีตัวท่อจะเกิดแรงบิดขึ้นที่บริเวณเข็มขัดรัด เมื่อระยะเวลา นานขึ้น แรงบิดจะทำให้ท่อฉีกขาดก่อนเวลาอันควร เป็นเรื่องง่ายๆ ที่เรามักมองข้ามไป แต่นั่นส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการใช้งาน

ส่วนน้ำมันดีเซล แม้ว่าประกายไฟอาจจะทำให้เกิดการลุกไหม้ยากกว่า แต่อุณหภูมิ ของท่อไอเสียอาจทำให้ลุกไหม้ได้ง่ายๆ เนื่องจากการติดไฟของน้ำมันดีเซลนั้น ต้องการเพียงอุณหภูมิที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่มีประกายไฟมันก็ลุกไหม้ได้ทันที ดังนั้นต้องหมั่นเชคท่อทางเดินน้ำมัน เมื่อพบว่าท่อยางเริ่มแข็งกระด้าง หรือมีการแตกลายงาเกิดขึ้น ต้องรีบเปลี่ยนทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง การลุกไหม้ภายในห้องเครื่องยนต์นั้น แม้ดูว่าจะอันตราย แต่การลุกไหม้จนถึงระดับนั้น ต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนจะเริ่มควบคุมไม่อยู่

เรื่องการเกิดเพลิงไหม้นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้าไม่ระวังให้ดี โดยส่วนตัวแล้ว เคยใช้รถที่เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ปรากฏว่ามัดสายไฟที่เข้ากล่องอีซียูนั้น ไม่ได้ บัดกรี มักใช้การพันสายเข้าด้วยกันธรรมดาๆ เมื่อความร้อนเกิดสะสม และมีการสั่นสะเทือน จุดต่อของสายไฟมีการขยับจนสปาร์ค ทำให้เทปพันสายไฟลุกไหม้ โชคดีที่ อีซียู อยู่ ในห้องโดยสาร จึงสามารถเห็นได้ตั้งแต่ควันออกมา จึงดับได้ทันขณะที่เปลวไฟเพิ่ง เริ่มก่อตัว

เหตุการณ์ต่อมา คือ ท่อน้ำมันรั่วทั้งๆ ที่เปลี่ยนไปไม่นาน แต่การเดินท่อนั้นต้องบิดหลบ ชิ้นส่วนอื่นๆ แรงบิดที่เกิดขึ้นทำให้รั่ว แต่โชคดีที่ไม่เกิดอะไรรุนแรง เพราะเมื่อบิดสวิทช์ กุญแจไปที่ตำแหน่ง ON แล้วยังไม่ได้สตาร์ทในทันที ทำให้ได้กลิ่นน้ำมันก่อน เมื่อเปิด ฝากระโปรงพบว่าน้ำมันพุ่งเป็นสายในห้องเครื่องยนต์ จึงปิดสวิทช์กุญแจแก้ไขทัน

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม ควรซื้อถังดับเพลิงติดรถไว้สักถัง เพราะมันสามารถ ช่วยป้องกันการลุกลามของเพลิงไหม้ได้ นั่นหมายความว่า คุณต้องเตรียมสภาพรถให้พร้อม เป็นอันดับแรก จากนั้นต้องเพิ่มรายการอุปกรณ์ช่วยเหลือ นั่นก็คือ ถังดับเพลิงไว้ในรถ การเลือกถังดับเพลิงนั้น ต้องเลือกสารดับเพลิงที่ดับได้ทั้งไฟฟ้า และน้ำมัน ส่วนขนาด นั้นควรเป็นถังขนาดกลาง หรือใหญ่

สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกเมื่อพบว่าเพลิงไหม้ ให้จอดรถ และดับเครื่องยนต์ทันที เมื่อแง้ม ฝากระโปรงขึ้นแล้ว อย่าเพิ่งเปิดหมด ให้แง้มไว้เล็กน้อย แล้วฉีดน้ำยาดับเพลิงเข้าไป จะ ช่วยไม่ให้เพลิงโหมเร็วเกินไป เพราะการเปิดฝากระโปรงสูงๆ ทันที อากาศจะเข้าไปมาก ยิ่งทำให้เพลิงลุกไหม้โหมเร็วขึ้น
ห้ามฉีดน้ำยาดับเพลิงผ่านช่องกระจังหน้ารถ เพราะรังผึ้งแอร์ หม้อน้ำ และพัดลม จะบังไม่ให้สารดับเพลิงเข้าไปสู่ฐานของไฟได้ การดับเพลิงก็จะไม่เกิดผล การดับเพลิง นั้นเราต้องฉีดสารดับเพลิงเข้าไปที่ฐานของเพลิง จึงจะสามารถดับเพลิงได้เร็ว โดย ไม่ต้องใช้สารดับเพลิงมากนัก

เรื่องความปลอดภัยเหล่านี้ หลายคนมองว่าเป็นเรื่องตลก อันที่จริงแล้วมันมีความจำ เป็นอย่างมากในการลดความเสียหาย ด้วยจำนวนเงินไม่มากนักในการซื้อถังดับเพลิง ติดรถ สามารถลดความเสียหายได้มากอย่างที่คิดไม่ถึง กรณีที่ไม่มีถังดับเพลิง เราไม่ควรใช้น้ำในการดับเพลิง เพราะอาจจะทำให้การไหม้ลุกลามมากขึ้น

ที่ผ่านมาเราเห็นข่าวรถไฟไหม้กันบ่อยๆ หลายครั้งก็เห็นการใช้น้ำในการดับเพลิง วิธีนี้ไม่ ค่อยถูกนัก (ยกเว้นมีน้ำปริมาณมากๆ อย่างรถดับเพลิง) เนื่องจากน้ำกับน้ำมันไม่ถูกกัน และน้ำก็ไม่สามารถดับเพลิงที่เกิดจากน้ำมันลุกไหม้ได้ กรณีนี้ถ้าเพลิงเพิ่งเริ่มลุกลาม ต้องอาศัยสติ และความกล้าตัดสินใจ ถ้ามีน้ำอยู่ในรถให้รีบหาผ้าชุบน้ำให้ชุ่มแล้วตบเร็วๆ บริเวณฐานเพลิง หรือโป๊ะลงไปเลยก็ได้ นอกจากนี้ ทราย หรือดินร่วนๆ ก็สามารถใช้ ดับเพลิงได้เช่นกัน แต่ต้องมีปริมาณเพียงพอ เพราะใช้ขจัดหนึ่งในสาเหตุที่ทำ ให้ไฟลุก นั่นก็คือ ออกซิเจน

สำหรับรถที่ใช้แกสโดยปกติไม่มีอะไรน่าห่วง เพียงดับเครื่องยนต์ก็จบ เพราะระบบความ ปลอดภัยที่ถังนั้นมีอยู่แล้ว เมื่อเพลิงไหม้ความร้อนจะทำให้แรงดันในถังสูงขึ้น เมื่อความดัน สูงขึ้นวาล์วจะระบายแรงดันในถังออกไปเอง เพื่อลดแรงดันในถังลงไม่ให้เกิดการระเบิด เว้นแต่ว่าการติดตั้งนั้น ใช้ของที่ไม่มีคุณภาพ กรณีนี้อาจทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นถ้าไม่ แน่ใจให้ทำการปิดวาล์วจ่ายแกสที่ถัง หลังจากดับเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้แกสถูกส่งเข้า ไปที่ห้องเครื่องยนต์ได้ อันตรายก็จะลดลง


Credit: พหล 30 4WHEELS MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com