หน้าที่หลักของแบทเตอรี่คืออะไร มีกี่ชนิด และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรให้อายุแบทยืนยาว

หน้าที่หลักของแบทเตอรี่คืออะไร มีกี่ชนิด และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรให้อายุแบทยืนยาว

หน้าที่หลักของแบทเตอรี่คืออะไร มีกี่ชนิด และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรให้อายุแบทยืนยาว

May 22, 2015

ปัญหาแบทเตอรีหมด เป็นเรื่องที่คนใช้รถอย่างเรามักประสบพบเจอกันเป็นประจำ เนื่องจากแบทเตอรีส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี เมื่อใกล้ถึงหรือเลยระยะนี้ไปแล้ว ย่อมร้อนๆ หนาวๆ กันเป็นธรรมดา การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดเมื่อแบทเตอรีหมด คือ การ "พ่วงแบท" วิธีที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำยาก

หน้าที่ของแบทเตอรี แบทเตอรีทำหน้าที่หลายอย่าง อย่างแรก สะสมพลังงานไฟฟ้าไว้สำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์ หน้าที่ต่อมา คือ จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆ (แทนไดชาร์จของรถ) ตอนที่เครื่องยนต์ไม่ทำงาน เช่น เปิดฟังเพลงหรือวิทยุ เป็นต้น หน้าที่ลำดับต่อมา คือ เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรอง เมื่อใดที่เราใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างพร้อมกัน จนกระแสไฟที่ใช้เกินกว่ากระแสไฟที่ไดชาร์จผลิตได้ เช่น รถติดเป็นเวลานานตอนกลางคืนแล้วฝนตก ทำให้ต้องใช้ทั้งไฟหน้า/หลัง เครื่องปรับอากาศ ที่ปัดน้ำฝน เครื่องเสียง โดยที่เครื่องยนต์หมุนแค่รอบเดินเบาเท่านั้น

หน้าที่สุดท้าย คือ จ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์บางอย่างที่ต้องทำงานแม้จะดับเครื่องแล้ว เช่น ระบบกันขโมย ระบบลอคประตูไฟฟ้า หน่วยความจำวิทยุ เป็นต้น

ชนิดของแบทเตอรี ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เป็นแบบตะกั่ว-น้ำกรด (LEAD-ACID BATTERY) หรือที่เรียกว่า "แบบเปียก" นั่นเอง แบทเตอรีแบบนี้เก็บและคายพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างตะกั่วและน้ำกรด ขณะทำปฏิกิริยาจะเกิดความดันภายในตัวแบทเตอรี เลยต้องมีรูระบายไอระเหยของน้ำกรดไว้ จึงทำให้ต้องหมั่นเติมน้ำกลั่นอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันมีการผลิตแบทเตอรีแบบเปียกรุ่นใหม่ ที่เป็นระบบหมุนวนไอระเหยจากน้ำกรด (MAINTENANCE FREE) หรือระบบปิดนั่นเอง แบบนี้จะไม่มีรูเติมน้ำกลั่น ไอที่ถูกดันออกจะมีช่องวนกลับไปที่เดิม จึงทำให้ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แบทเตอรีแบบเปียกนี้มีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี แล้วแต่การใช้งาน

แบทเตอรีอีกชนิดหนึ่ง คือ "แบบแห้ง" มักนิยมใช้ในเมืองหนาว ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แต่มีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับแบบเปียก

รักษาแบทเตอรี ให้อยู่ได้นาน อายุของแบทเตอรีนั้น สามารถอยู่ได้ถึง 3-4 ปี ถ้าเราดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพปกติตลอดเวลา วิธีที่ง่ายที่สุด คือ ตรวจดูระดับน้ำให้อยู่ในระดับ MAX หรือขีดบนสุดอยู่เสมอๆ ถ้ามองไม่เห็น ให้หมุนเปิดเกลียวด้านบนดู โดยต้องให้น้ำกรดท่วมแผ่นธาตุตะกั่วขึ้นไปประมาณ 1 เซนติเมตร และต้องใช้น้ำกลั่นเท่านั้นในการเติม แบทเตอรีอายุยิ่งนานยิ่งกินน้ำกลั่น ฉะนั้นควรตรวจระดับน้ำกรดในแบทเตอรีทุกสัปดาห์

ไม่ควรใช้ขั้วลบของแบทเตอรีเป็นกราวน์ด (GROUND) จากการต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ ควรใช้วิธีการต่อสายกราวน์ดจากตัวถังรถจะดีที่สุด ถ้าใช้ขั้วลบของแบทเตอรีเป็นกราวน์ดมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อแบทเตอรี ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง


Credit: 4WHEELS MAGAZINE ฉบับเดือนมกราคม 2557
ภาพ: istockphoto.com