จำเป็นต้องใช้ยางยี่ห้อเดียวกันทั้ง 4 เส้นหรือไม่

จำเป็นต้องใช้ยางยี่ห้อเดียวกันทั้ง 4 เส้นหรือไม่

จำเป็นต้องใช้ยางยี่ห้อเดียวกันทั้ง 4 เส้นหรือไม่

May 22, 2015

มีผู้สงสัยกันมากว่า จำเป็นจะต้องใช้ยางยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันทั้ง 4 ล้อ หรือไม่ ขอตอบสั้นๆ ก่อนอธิบายเหตุผลว่า “จำเป็นครับ” ที่ผมเขียนว่ารุ่นเดียวกันทั้ง 4 ล้อ นี่หมายถึง รถส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดในโลกนี้ มียกเว้นอยู่บ้างในรถสปอร์ทบางรุ่น ซึ่งในยางหน้าคนละขนาดกับยางหลัง แต่ควรต่างกันเพียงขนาดนะครับ ขอให้ใช้รุ่นเดียวกันยี่ห้อเดียวกันตามที่ผู้ผลิตรถเขากำหนดไว้

ถ้าเราขับรถซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์บนถนน ซึ่งไม่เอียงและไม่มีลม แล้วเราจับพวงมาลัยนิ่งไว้ ให้รถแล่นตรง เราจะสังเกตได้ว่า เมื่อมีลมปะทะด้านข้างหรือถนนลาดเอียง รถของเราจะแล่นเป็นแนวเฉียงจากทิศเดิมได้โดยที่เราไม่ได้ขยับพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวแม้แต่น้อย เหตุที่ล้อกลิ้งเป็นแนวเฉียงได้ เมื่อมีลมมากระทำด้านข้าง ทั้งๆ ที่แกนล้อยังอยู่ในทิศเดิมนั้น เพราะยางของรถเราเป็นของอ่อนซึ่งบิดตัวได้ มุมที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างของแนวที่ล้อกลิ้งกับแนวที่เคลื่อนที่ไปจริงๆ นี่เราเรียกว่ามุมสลิพ ( SLIP ANGLE) ซึ่งจะมีค่ามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับรูปแบบโครงสร้างของยาง เนื้อยาง ดอกยาง และความดันลมยาง และขึ้นอยู่กับแรงที่มากระทำด้านข้างด้วย ถ้าแรงนี้มีแค่สูง ล้อของเราย่อมกลิ้งเป็นแนวเฉียงจากทิศเดิมมากอย่างแน่นอนครับ ถ้าไม่นับค่าของแรงที่มากระทำด้านข้างและความดันลมยางแล้ว ก็ต้องบอกว่ามุมสลิพของยางต่างกัน ตามแต่รุ่นและยี่ห้อของยาง (ซึ่งแตกต่างกันที่โครงสร้าง เนื้อที่ยาง ดอกยาง) มุมนี้มีผลอย่างยิ่งต่อการทรงตัวของรถ ผู้ผลิตจะต้องเลือกยางและปรับระบบรองรับให้เหมาะสม ทำงาน “เข้าขากัน” รถจึงจะมีการเกาะถนนทรงตัวที่ดีและปลอดภัย ผู้ใช้มีหน้าที่เลือกใช้ยางตามที่ผู้ผลิตรถเขากำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ในคู่มือประจำรถมักบอกเพียงขนาดและระดับความเร็วสูงสุดของยางไว้เท่านั้น ถ้าเป็นรถความเร็วสูงบางรุ่น ผู้ผลิตจะกำหนด ”ยี่ห้อ” และรุ่นของยางตายตัวลงไปนอกนั้นใช้วิธี “ละไว้ในฐานที่เข้าใจ” ว่าจะต้องเป็นยางยี่ห้อเดียวกันทั้ง 4 ล้อ เมื่อโรงงานรถยนต์ปรับระบบรองรับให้เกาะถนนและปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขว่าต้องเป็นยางรุ่นเดียวกัน “ยี่ห้อ” เดียวกันทั้ง 4 ล้อ ผู้ใช้รถจึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ อนุโลมให้เพียงความแตกต่างระหว่างยางคู่หน้าและคู่หลังเท่านั้น (ประเภทต่างกันหมดทั้ง 3 หรือ 4 ล้อนี่ไม่ไหวครับ) และมีข้อแม้ที่สำคัญมากประกอบด้วย คือ ให้เอายางที่มีมุมสลิพกว้างกว่าไว้ที่ล้อหน้า

ปัญหามีอยู่ว่า เจ้าของรถจะทราบได้อย่างไรว่ายางรุ่นไหนมีมุมสลิพกว้างกว่า มีวิธีสังเกตได้ง่าย แต่ต้องเหนื่อยกันหน่อยครับ คือ ลองเอายางคู่ใดคู่หนึ่งไว้ด้านหน้าแล้วลองขับโดยสังเกตความไวของรถในการตอบสนองต่อพวงมาลัย หลังจากนั้นย้ายยางคู่นี้ไปแลกกับล้อหลังทั้งคู่ (อย่าลืมปรับลมยาง) ลองขับอีกครั้งแล้วสังเกตว่า แบบใดที่ตอบสนองพวงมาลัยได้แย่กว่า หรือเฉื่อยกว่า แบบนั้นแหละครับคือแบบที่ปลอดภัย ขอย้ำว่าปัญหานี้อันตรายถึงชีวิต ถ้าใช้งานในสภาพปกติอาจไม่เป็นไร แต่เมื่อใดที่ต้องหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่ความเร็วสูง พฤติกรรมของรถจะแปรเปลี่ยนรวดเร็วจนกระทั่งผู้ขับแก้ไขไม่ทัน แม้จะมีฝีมือระดับนักแข่งก็ตาม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยางเรเดียล ปนโครงสร้างธรรมดา ต้องเอายางเรเดียล (มุมสลิพแคบ) ไว้ที่ล้อหลังเท่านั้น ผู้ที่ปฏิบัติตรงกันข้ามนั้น กำลังเสี่ยงชีวิตโดยไม่จำเป็นจากความประมาทหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มันเป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิตจริงๆ ครับ


Credit: เจษฎา ตัณฑเศรษฐี FORMULA MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com