สลับยางด้วยตัวเอง ใช้แรงเยอะหน่อย...ค่อยๆ ทำ !

สลับยางด้วยตัวเอง ใช้แรงเยอะหน่อย...ค่อยๆ ทำ !

สลับยางด้วยตัวเอง ใช้แรงเยอะหน่อย...ค่อยๆ ทำ !

May 22, 2015

ยางรถยนต์ เป็นส่วนประกอบอย่างเดียวของรถที่ต้องเสียดสีกับพื้นถนนอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เกิดการสึกหรอเร็วกว่าส่วนประกอบอื่นๆ เราจึงเสนอเทคนิคสลับยาง และวิธีการสลับยางที่ถูกต้อง มาฝากกัน

ทำไมต้องสลับยาง ?

ยางรถยนต์นั้น ถูกออกแบบมาให้ทนต่อสภาพแวดล้อมแบบต่างๆ ได้ รวมถึงต้องสามารถรับน้ำหนักจาก การบรรทุก โดยไม่ทำให้การทรงตัวของรถเปลี่ยนแปลงไป การวิ่งไปในสภาพแวดล้อมต่างๆ ย่อมส่งผล ให้มีการสึกหรอของยางด้านหนึ่งด้านใดไม่เท่ากัน ดังนั้นเมื่อใช้รถยนต์ไปได้สักระยะหนึ่ง (ประมาณ 10,000 กม.) ควรทำการสลับยางระหว่างล้อคู่หน้า และล้อคู่หลัง เพื่อให้ดอกยางระหว่าง ล้อคู่หน้า และล้อคู่หลัง มีการสึกหรอที่เท่าเทียมกันนั่นเอง

แล้วถ้าไม่สลับยางล่ะ ?

ถ้าไม่สลับยางตามระยะเวลาที่กำหนด จะเกิดผลตามมา คือ การสึกหรอของยางทั้ง 4 เส้นจะไม่เท่ากัน เกิดยางสึกบริเวณขอบนอก หรือขอบในของยาง ทำให้หน้าสัมผัสระหว่างยางกับพื้นถนนน้อยลง ประสิทธิภาพการยึดเกาะจึงน้อยลงตามไปด้วย พวงมาลัยจะเบี้ยวไม่ตรง มักจะกินซ้ายหรือขวาเล็กน้อย นอกจากนี้ การสึกหรอของยางที่ไม่เท่ากันมากๆ เวลาเบรคแรงๆ มักจะดึงซ้ายหรือดึงขวาไปด้านใด ด้านหนึ่ง หากเกิดขึ้นขณะใช้ความเร็วสูงๆ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วการสึกหรอของยางในคู่หน้าจะมีมากกว่ายางคู่หลังโดยเฉลี่ย 2-3 เท่า เป็นผลมาจากภาระ ต่างๆ จะตกอยู่ที่ล้อคู่หน้าเป็นส่วนใหญ่ การบังคับทิศทางการเลี้ยวก็ตกอยู่ที่ด้านหน้า รวมถึงการ เบรคลดความเร็วรถ ก็ล้อคู่หน้าเช่นเดียวกัน

วิธีดูทิศทางการหมุนของยาง

การสลับยางนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คือ ชนิดของยาง ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่ายางที่เราใช้ เป็นยางชนิดที่กำหนดทิศทางการหมุนหรือไม่ โดยยางในรถยนต์บางรุ่นจะกำหนดทิศทางการหมุนเอาไว้ ให้หมุนได้ทิศทางเดียว การสลับยางจะสามารถสลับได้เฉพาะล้อหน้าและล้อหลังในด้านเดียวเท่านั้น (ยกเว้นจะถอดยางออกจากกระทะล้อ) หรือชนิดที่มีทิศทางการหมุนที่สวนทางกันได้ โดยให้สังเกตดู ทิศทางของลูกศร ตรงบริเวณแก้มยาง ชี้ไปด้านไหน ด้านนั้น คือ ด้านหน้า

วิธีสลับยางแบบต่างๆ

สำหรับรถขับเคลื่อนล้อหน้า ต้องสลับยางแบบทะแยงจากหลังไปหน้า ตามรูปที่ (1) หรือจะเลือกสลับ ยางแบบกากบาท ตามรูปที่ (2) ก็ได้สำหรับรถที่ขับหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้สลับยางจากหน้าไปหลัง ดังรูปที่ (3) และถ้าหากยางนั้นเป็น แบบชนิดมีทิศทางการหมุนทางเดียว ให้ใช้การสลับยาง แบบในรูปที่ (4) สำหรับรถที่ใส่ล้อและยาง ที่มีขนาดหน้า/หลัง ไม่เท่ากัน ดอกยางเป็นแบบชนิดที่มีทิศทางที่วิ่งสวนกันได้ ควรใช้การสลับยางแบบที่ (5) สำหรับการสลับยางแบบใช้ยางอะไหล่ร่วมด้วย นั้นเพื่อต้องการปรับดอกยางให้มีการสึกหรอที่เท่าๆ กันทั้ง 5 เส้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับรถแต่ละค่ายด้วยว่า ต้องมียางอะไหล่ที่มีขนาดเดียวกันกับล้อที่วิ่งอยู่ด้วย และต้องเป็นยางแบบที่สามารถวิ่งสวนกันได้ ก็ให้ต้องสลับยาง ตามแบบที่ (6) และ (7) ได้เลย

อุปกรณ์

1. กากบาทถอดล้อ

2. ถุงมือ

3. ลิฟท์ยกรถ หรือ แม่แรงติดรถ

ขั้นตอนการสลับยาง

1. จอดรถในที่ราบ และดึงเบรคมือขึ้นสุดด้วย เพื่อกันรถไหล

2. ตรวจดูทิศทางการหมุนของยาง ว่าเป็นแบบไหน จะได้วางแผนสลับยางถูก

3. ใส่ถุงมือ เพื่อกันเปี้อน รวมถึงของแข็งต่างๆ เวลาถอดนอทล้อ

4. นำกากบาทถอดล้อ มาหมุนเพื่อคลายนอทล้อออก (แต่อย่าเพิ่งถอดนอทล้อออกมา)

5. ใช้ลิฟท์ยกรถ หรือแม่แรงยกรถขึ้น โดยต้องวางบนส่วนที่แข็งแรงของรถ

6. เมื่อยกรถแล้ว ล้อจะลอยขึ้น ให้ถอดนอทล้อออก โดยใช้กากบาทถอดล้อ แล้วดึงล้อออกมา

7. ถอดล้อที่ต้องการจะสลับ ด้วยวิธีเดียวกัน

8. สลับล้อให้เรียบร้อย

9. ใส่นอทล้อเข้าไปให้ครบทุกตัวตามแนวทแยง (ตามรูปที่ 1-6) แล้วนำกากบาทถอดล้อ ไขให้พอแน่น

10. ค่อยๆ นำรถลงทีละนิด ถ้าเป็นแม่แรงติดรถ ให้ค่อยๆ หมุนแม่แรงลงอย่างช้าๆ จนล้อแนบกับพื้นสนิท

11. เมื่อลงจนสุดแล้ว ให้เอาแขนลิฟท์ยกรถออก หรือแม่แรงติดรถออกให้เรียบร้อย

12. นำกากบาทถอดล้อ มาไขนอทล้อทั้งหมดให้แน่น เป็นอันเสร็จ

การสลับยางนั้นจะช่วยให้สามารถใช้ประสิทธิภาพของยางได้ที่ทุกล้อ แถมยังช่วยยืดอายุของยางอีกทางหนึ่งด้วย


Credit: วิธวินท์ ไตรพิศ 4WHEELS MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com