ทำไมต้องพ่วงแบทเตอรีอย่างถูกวิธี ?

ทำไมต้องพ่วงแบทเตอรีอย่างถูกวิธี ?

ทำไมต้องพ่วงแบทเตอรีอย่างถูกวิธี ?

May 20, 2015

แบทเตอรีมีทั้งขั้วบวก และลบ เราต้องระวังอย่าให้ 2 ขั้วนี้มาโดนกันเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดประกายไฟ เป็นอันตรายได้ การพ่วงแบทเตอรีจึงต้องมีวิธีการพ่วงตามลำดับเสมอ ขั้นตอนแรก ต่อสายสีแดงที่เป็นขั้วบวกของแบทเตอรีที่หมดก่อน เพราะถ้าปลายสายสีแดงอีกด้านไปสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะเข้า ก็จะไม่ทำให้เกิดประกายไฟ หรืออาจเกิดขึ้นได้แต่ประกายไฟก็จะน้อยกว่า ขั้นตอนที่เหลือก็คือ การต่อแบทเตอรีให้ครบวงจร และทำการต่อสายกราวน์ดเป็นเส้นสุดท้าย

การที่ไม่ต่อแบทเตอรีขั้วลบสายสีดำ (เส้นสุดท้าย) เข้ากับแบทเตอรีที่ไม่มีประจุไฟโดยตรง เนื่องจากว่า เราไม่ต้องการให้ประกายไฟที่อาจเกิดขึ้น เข้าไปในแบทเตอรีได้ ซึ่งอาจทำให้แบทเตอรีเกิดการระเบิดได้ แบทเตอรีรถยนต์นั้นมีสายกราวน์ดซึ่งต่อเข้ากับตัวถังรถอยู่แล้ว ดังนั้นการต่อสายพ่วงแบทเตอรี (เส้นสุดท้าย)เข้ากับตัวถังรถนั้น จึงเหมือนกับการต่อสายกราวน์ดเข้าแบทเตอรีอย่างไม่ผิดเพื้ยนนั่นเอง

อุปกรณ์

1. สายพ่วงแบทเตอรีขั้วบวก (สายสีแดง)
2. สายพ่วงแบทเตอรีขั้วลบ (สายสีดำ)

ขั้นตอนการพ่วงแบทเตอรี
1. เปิดฝากระโปรงรถที่แบทเตอรีหมดขึ้น แล้วค้ำฝากระโปรงรถให้เรียบร้อย
2. นำรถคันที่มีประจุไฟดี (ไฟเต็ม) มาจอดคู่ โดยหันหน้ารถเข้าหากันในระยะที่สายยาวถึง
3. เปิดฝากระโปรงรถที่มีประจุไฟเต็มขึ้น แล้วติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้
4. นำสายพ่วงแบทเตอรีสายสีแดง ต่อพ่วงกับขั้วบวก ของรถที่แบทเตอรีหมด
5. จากนั้นนำปลายสายอีกด้านหนึ่ง (สายสีแดง) ต่อเข้ากับขั้วบวกของแบทเตอรีที่ประจุเต็ม
6. นำสายพ่วงแบทเตอรีสายสีดำ ต่อพ่วงกับขั้วลบของแบทเตอรีที่ประจุเต็ม
7. จากนั้นนำปลายสายอีกด้านหนึ่ง (สายสีดำ) ต่อลงกราวน์ดของรถ (ชิ้นส่วนที่เป็นตัวถังรถ)
8. หลังจากนั้นให้สตาร์ทเครื่องยนต์ของรถที่แบทเตอรีหมดจนเครื่องยนต์ติด แล้วปล่อยไว้ 30 นาที
9. ขั้นตอนการถอด ต้องถอดขั้วลบ (สายกราวน์ดสีดำบนตัวถังรถที่แบทเตอรีหมด) ออกก่อน เพื่อเป็นการตัดวงจร
10. จากนั้นถอดปลายสายสีดำอีกด้านหนึ่งที่เป็นขั้วลบ ของรถที่มีประจุไฟเต็มออก
11. ถอดสายสีแดงที่เป็นขั้วบวก ในรถที่มีประจุไฟเต็มออก อย่างระมัดระวัง 12. หลังจากนั้นถอดสายอีกด้านหนึ่ง (ขั้วบวก) ของรถที่แบทเตอรีหมดออก เป็นอันเสร็จ


Credit: 4WHEELS MAGAZINE ฉบับเดือนมกราคม 2557
ภาพ: istockphoto.com