ของใช้ใกล้ตัว มีประโยชน์ยามฉุกเฉิน

ของใช้ใกล้ตัว มีประโยชน์ยามฉุกเฉิน

ของใช้ใกล้ตัว มีประโยชน์ยามฉุกเฉิน

April 21, 2016

เมื่อต้องขับรถเข้าพื้นที่ การขนอุปกรณ์ที่เกินความจำเป็น บางครั้งมักเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง แต่ครั้นพอเกิดอุบัติเหตุ มักจะหาตัวช่วยได้ยากยิ่ง แต่ใครจะรู้ว่า อุปกรณ์หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่ใกล้ตัวเรานี่เองที่จะช่วยบรรเทาปัญหาได้ เราจึงรวบรวมกลเม็ดเด็ด ที่น่าจะใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อต้องประสบปัญหาที่คาดไม่ถึง

โซดาดับเพลิง
บางครั้งเรื่องไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ เช่น รถยนต์เกิดไฟชอท หรือสายไฟลัดวงจร ทำให้สายไฟไหม้อย่างรวดเร็ว หรือเกิดปัญหากองไฟที่เราตั้งแคมพ์เกิดลุกลาม ให้นำน้ำอัดลม หรือโซดา เขย่าขวดสักพักแล้วเปิด โดยใช้มืออุดฝาขวดไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วฉีดไปยังบริเวณที่เกิดไฟ เพราะกรดในน้ำอัดลม หรือโซดา มีคุณสมบัติพิเศษ แต่ทำได้ในกรณีที่ไฟลุกลามไม่เยอะเท่านั้น

น้ำมันพืช
ในขณะเข้าพื้นที่ หากน้ำมันเบรคขาดพอดี แล้วในรถไม่มีน้ำมันเบรคติดไปด้วย สิ่งที่สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ นั่นคือ น้ำมันพืชที่เราใช้ประกอบอาหาร แต่ย้ำว่า เป็นเพียงการใช้แทนแบบชั่วคราวเท่านั้น ค่าความหนืดของน้ำมันทั้ง 2 ชนิดมีความใกล้เคียงกัน และมีคุณสมบัติที่ไม่กัดกร่อนยางเหมือนกันอีกด้วย แต่หลังจากกลับเข้าพื้นที่ปกติ ควรรีบเข้าศูนย์บริการทันที

กล้วยหอม/กล้วยน้ำว้า
กรณีหม้อน้ำรั่วขณะเข้าพื้นที่ หรือระหว่างการเดินทางตามที่ต่างๆ ซึ่งหาศูนย์บริการไม่ได้ และถ้าภายในรถมีกล้วยหอมสุกอยู่ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ชั่วคราว คือ นำกล้วยสุกกับข้าวสวยสุก มานวดให้เข้ากันจนเหนียวข้นเหมือนดินน้ำมัน แล้วนำไปอุดที่รอยรั่วของหม้อน้ำรถยนต์ เปลือกของกล้วยยังมีประโยชน์อีกด้วยเช่นกัน คือ สามารถแก้อาการคัน และแผลจากยุงกัด โดยนำเปลือกมาถูบริเวณที่ถูกยุงกัด จะช่วยลดอาการคันได้ดีทีเดียว

มะนาวลบคราบ
หลังจากเติมน้ำมัน ซ่อมรถ หรือดูแลรถนั้น อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่น้ำมันกระเด็นใส่เสื้อผ้า ทำให้เสื้อผ้าของเราเปื้อนได้อย่างไม่ได้ตั้งใจนัก วิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาดเสื้อผ้าที่เปื้อนน้ำมันรถนั้น ลองหามะนาวมาสักลูก ถูบริเวณรอยเปื้อนคราบน้ำมันดังกล่าว จนรอยเปื้อนนั้นจางลงไป เพื่อไม่ให้เกิดคราบฝังแน่น หลังจากนั้นเมื่อทำธุระเสร็จ หรือออกจากพื้นที่ ควรรีบนำเสื้อผ้าไปซักตามปกติ

เบียร์คลายเกลียวสนิม
นอทที่เป็นเกลียว ถ้าใช้ไปนานๆ มักจะเกิดสนิม ทำให้การขันเกลียวเข้า/ออกแต่ละครั้งเกิดอาการติดขัด วิธีแก้ไข คือ นำเบียร์ที่เราใช้รับประทานกันนี่แหละ เทลงไปบนเกลียวนอทที่ขึ้นสนิมเล็กน้อยพอประมาณ และรอสักพัก ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก และคราบสนิมที่เกาะอยู่ ทำให้สามารถขันเกลียวเข้า/ออกได้ง่ายดังเดิม



ยาสีฟัน ทีเด็ดขจัดคราบ
ขณะเข้าพื้นที่ หากกระจกไม่ใส โดนยางไม้ ดินโคลน หรือมีคราบสิ่งสกปรกฝังแน่น ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นแย่ลง แก้ไขได้โดยบีบยาสีฟันแต้มลงบนกระจก แล้วทิ้งไว้สักพัก จนยาสีฟันซึมเข้าไปในคราบฝังแน่น แล้วนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดยาสีฟันออกให้หมด กระจกจะกลับมาใสเหมือนเดิม หรือถ้าตัวถังรถเลอะยางไม้ ยางมะตอย หรือหมากฝรั่ง ก็สามารถใช้ยาสีฟันเช็ดออกได้เช่นกัน

เบียร์+น้ำมันพืช ช่วยกัดกร่อนสนิม
หากรถเสีย ต้องซ่อมกลางทาง จำเป็นต้องถอดอุปกรณ์ออกมา มักมีปัญหาขันนอทไม่ออก เนื่องจากสนิมเกาะนอท ถ้าไม่ได้พกสเปรย์ไล่ความชื้น ให้นำเบียร์เทลงไปบนเกลียวนอทที่ขึ้นสนิมพอประมาณ ทิ้งไว้ 2-3 นาที ความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยกัดกร่อนสนิม และขจัดสิ่งสกปรกได้ระดับหนึ่ง หรือใช้น้ำมันพืชเทลงไปที่เกลียวนอท ก็ช่วยหล่อลื่น ขันนอทได้ง่ายขึ้น

น้ำตาลเติมเชื้อไฟ
การจุดไฟในป่า มักมีปัญหาเรื่องความชื้น ทำให้จุดไฟได้ยาก แนะนำให้โรยน้ำตาลที่ใช้ประกอบอาหารลงไปที่ฟืนเล็กน้อย จะช่วยให้ไฟติดได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือถ้าไฟกำลังมอดก็ให้โรยน้ำตาลลงไปทีละน้อย ไฟจะค่อยๆ ลุกขึ้นมา นอกจากนี้ถ้ามือเลอะน้ำมัน ให้นำน้ำตาลมาโรยบนฝ่ามือ ขัดถูไปมาเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ความมันจะหายไป

น้ำมันพืช แทนน้ำมันเบรคหาย
ก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ทุรกันดาร ต้องตรวจเชครถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรค แต่ถ้าเข้าพื้นที่แล้ว น้ำมันเบรคหาย หรือรั่วซึม และไม่มีน้ำมันเบรคติดรถไปด้วย ให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว โดยเติมน้ำมันพืชเข้าไปแทนน้ำมันเบรคที่หายไป เพราะค่าความหนืดของน้ำมันทั้ง 2 ชนิดใกล้เคียงกัน หลังจากนั้นให้รีบเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเชคทันที

แป้งฝุ่นกันทาก
แป้งฝุ่น นอกจากใช้ทาตัวไม่ให้รู้สึกเหนียวตัวแล้ว ยังช่วยป้องกันทากเกาะขาได้ โดยโรยแป้งที่รองเท้า และถุงเท้าพอประมาณ เนื่องจากแป้งมีกลิ่น และทำให้ลื่น เกาะขาไม่ติด แต่หากทากเกาะที่ขาแล้ว ให้ใช้แป้งโรยไปที่ตัวทากโดยตรง เมือกของทากจะแห้ง หลุดออกจากขาไปทันที นอกจากนี้ แป้งยังช่วยบรรเทาอาการคันศีรษะ และผมเหนียวได้ โดยโรยที่ผม แล้วหวีจนแป้งหายไป แค่นี้ก็จะสบายศีรษะมากขึ้น

Credit: พีรพัฒน์ อินทมาตย์
รูปภาพ: www.iStockphoto.com