อย่าซื้อรถตาม "แรงยุ" ต้องลองขับด้วยตัวเองก่อนเท่านั้น !

อย่าซื้อรถตาม

อย่าซื้อรถตาม "แรงยุ" ต้องลองขับด้วยตัวเองก่อนเท่านั้น !

June 29, 2015

การเป็นบรรณาธิการเทคนิคที่นี่ มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง (ในหลายๆ อย่าง) ก็คือ มีโอกาสได้ลองขับรถที่ถูกส่งมาให้ทดสอบ หรือทดลอง ผมไม่ได้ลองทุกคันหรอกครับ ลองเฉพาะคันที่ผมอยากลอง และรถนั้น "ว่าง" อยู่พอดี ถ้ารถคันไหนน่าลองเป็นพิเศษ และไม่พร้อมในเวลากลางวัน ก็อาจถึงขั้นต้องเดินทางมาที่สำนักงานเป็นพิเศษในเวลากลางคืน ในด้านคุณสมบัติรถก็ไม่ต่างไปจากคน คือ มีข้อดี และข้อเสียอยู่ในตัวเสมอ ส่วนการจะตัดสินว่ารุ่นนั้นๆ ดีหรือไม่ เป็นเรื่องยากครับ เพราะนอกจากจะกำหนดหัวข้อแล้วให้คะแนน ยังมีความคาดหวังของเราผู้ใช้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ในความเห็นส่วนตัวของผม ถือว่ารถที่ดีต้องมีข้อดีในคุณสมบัติที่รถประเภทนั้นควรจะมีเป็นสำคัญ เช่น ถ้ารถเก๋งระดับบน จะต้องมีช่วงล่างที่นุ่มไม่ส่งเสียงรบกวนเข้ามาในห้องโดยสาร ต้องมีรูปทรงภายนอกสวยหรู ไม่ใช่แบบมองแล้วตลก วัสดุในห้องโดยสารต้องคุณภาพสูง ขับสบาย ห้องโดยสารกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี ข้อเสียที่ไม่สำคัญของรถประเภทนี้ หากจะมีอยู่บ้างก็ไม่เป็นไร เช่น ราคาสูงไปหน่อย ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงไป ค่าบำรุงรักษาสูงเกินไป แบบนี้พอรับได้ครับ หรือหากเป็นรถเล็กอย่าง "อีโคคาร์" ก็ต้องมีราคาขายสมเหตุสมผล ประหยัดเชื้อเพลิง ราคาอะไหล่ และค่าบำรุงรักษาไม่สูง แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นาน ข้อเสียที่ไม่สำคัญสำหรับรถประเภทนี้ เช่น ช่วงล่างกระด้างไปหน่อย วัสดุในห้องโดยสารบางจุดไม่ดีเท่าที่ควร แบบนี้พอรับได้ครับ

ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว ผมได้ลองขับรถเก๋งญี่ปุ่นยอดนิยม ขนาดกลาง-บน ด้านช่วงล่างผมไม่คาดหวังอะไรมากอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะความนุ่มนวล แต่รุ่นที่ผมลองขับนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นรถที่เพิ่งออกจำหน่ายตอนนั้น มีช่วงล่างที่กระด้างเกินระดับที่รับได้จริงๆ ตอนแรกผมหวังว่าจะเป็นผลจากลมยางที่เติมเกิน แต่เมื่อวัดดูแล้วก็เป็นค่าที่ถูกต้อง ความกระด้างที่ว่านี้ เป็นเพราะช่วงล่างไม่สามารถดูดซับความสะเทือนจากคลื่นละเอียดที่ผิวถนนได้ แม้จะเป็นถนนเรียบ เช่น ทางด่วน การป้องกันการสะเทือนจากคลื่นละเอียดที่ผิวถนนนี้ เรียกเป็นทางการในภาษาอังกฤษว่า SE CONDARY RIDE เป็นสิ่งที่ยากพอสมควร เพราะถ้าทำให้นุ่มสบายแบบไม่มีฝีมือ มันจะทำให้การเกาะถนนทรงตัวที่ความเร็วสูงลดลง แล้วยังทำให้การตอบสนองของระบบบังคับเลี้ยวด้อยลงไปด้วย

ผู้ผลิตรถเยอรมันจะเชี่ยวชาญด้านนี้เป็นพิเศษครับ แต่ความรู้เรียนทันกันหมดครับ เรียนไม่ทันก็เลียนแบบได้อยู่แล้ว ผู้ผลิตรถญี่ปุ่นก็มีความรู้พอเพียงแต่ว่ามันไม่มีสูตรสำเร็จรูปตายตัวสำหรับรถทุกรุ่น หากจะทำให้ดี จะเป็นงานหนักที่ต้องทุ่มเทและใช้เวลา แปลเป็นภาษาของนายทุนหิวกำไร ก็คือมันเปลืองเงินต้นทุน ต้องทดลองด้วยสปริงที่มีความแข็งต่างกันหลายสิบค่า แล้วยังต้องปรับแคมเพอร์ด้วยการเปลี่ยนขนาดรูที่น้ำมันไหลผ่านรวมทั้งความแข็งของสปริงที่ต้านการไหลของน้ำมันในแคมเพอร์ (ชอคอับ) อีกหลายขนาด แล้วลองขับดูในสภาพใช้งานต่างๆ ถ้าเรียกการเลือกใช้สปริงความแข็งค่าหนึ่งกับแคมเพอร์แบบหนึ่ง ว่าเป็น 1 ชุด ก็จะต้องลองชุด (COMBINATION) เหล่านี้เป็นร้อยครับ กว่าจะได้ชุดที่เหมาะจะเลือกผลิตให้รถรุ่นหนึ่งใช้

แล้วทำไมไม่ทำ ? ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็คือทำแล้วเปลืองเงิน เหนื่อยด้วย เพราะถึงไม่ทำก็ยังขายได้ ขายดีด้วย แล้วทำไมรถระบบกันสะเทือนห่วยถึงยังขายดี ก็เพราะผู้ซื้อไม่เกี่ยง ให้มายังไงก็ขับได้ นั่งได้ เพราะซื้อตามการโฆษณาชวนเชื่อ หรือไม่ก็ซื้อตาม "แรงยุ" ของคนใกล้ชิด เช่น ญาติ เพื่อน พี่ น้อง เพื่อนร่วมงาน
เลิกเลือกซื้อรถด้วยวิธีนี้กันเถอะครับ ก่อนซื้อรถรุ่นไหนก็ตาม ต้องลองขับแล้วเสมอ ถ้าลูกค้าเริ่มรู้จริง ว่ารถช่วงล่างดีเป็นอย่างไร รู้จักเปรียบเทียบและรู้ความแตกต่าง ระหว่างช่วงล่างดีกับช่วงล่างห่วย พวกที่ทำรถช่วงล่างห่วยมาขาย ก็อยู่ไม่ได้หากไม่ปรับปรุง รถที่ดี คือ รถที่เราลองขับแล้วรู้ว่าดีครับ ไม่ใช่ดีเพราะมีใครมาบอกว่าดี ต้องลองขับเองบนถนนหลายแบบ และนานพอด้วย พนักงานขายมีหน้าที่สนองความต้องการของเรา ถ้าบอกว่าไม่มีรถให้ลอง หรือให้วนแถวๆ ร้านขายก็พอ อย่าไปซื้อครับ


Credit: เจษฎา ตัณฑเศรษฐี FORMULA MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com