ทำอย่างไรเมื่อกระจกหน้าแตก ?

ทำอย่างไรเมื่อกระจกหน้าแตก ?

ทำอย่างไรเมื่อกระจกหน้าแตก ?

June 29, 2015

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ก็แค่ไปร้านกระจกก็จบ ซึ่งมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายอย่างนั้น โดยปกติรถที่มีประกันชั้นหนึ่ง ไม่ค่อยมีปัญหากรณีกระจกหน้าแตก เพราะเลี้ยวเข้าร้านกระจกก็จบ เนื่องจากร้านกระจกส่วนใหญ่จะติดต่อกับบริษัทประกันภัยโดยตรง บริษัทประกันภัยเองก็ไม่อยากจะให้เจ้าของรถเข้าไปเปลี่ยนกระจกในศูนย์บริการโดยตรง ก็ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกระจกที่ศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ มันสูงกว่าร้านกระจกเป็นเท่าตัว

โดยปกติเวลาที่เรานำรถเข้าไปเปลี่ยนกระจกตามร้านกระจกทั่วไป ราคากระจกของรถกระบะทั่วๆ ไป ก็จะอยู่ประมาณ 3,000-4,500 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการคิดราคาของร้าน หลายร้านคิดราคากระจกถูก แต่คิดค่าแรง, ค่าเทปกาว หรือซิลิโคนต่างหาก บางร้านคิดราคาเหมือนแพง แต่คุณไม่ต้องจ่ายค่าอื่นๆ เรียกว่าเบ็ดเสร็จในราคาเดียว การเลือกกระจก อย่างแรกที่สำคัญ คือ ต้องตรงรุ่น อย่างที่ 2 คือ กระจกต้องมีเครื่องหมาย มอก. เป็นกระจกที่ผ่านมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมา เช่น มีเสียงลมเข้า มีน้ำรั่ว มีฝุ่นและกลิ่นรั่วเข้ามา โดยส่วนมากเมื่อเกิดอาการนี้ เรามักคิดว่าเป็นเพราะการติดตั้งไม่ดี แต่น้อยคนจะรู้ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะว่ากระจกบิดเบี้ยวอันเนื่องมาจากขั้นตอนการผลิต หาได้มาจากการติดตั้งไม่ ?

เมื่อกระจกแตก สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ทำใจ ไม่ต้องซีเรียส ถ้ามีประกันชั้นหนึ่งก็สบายใจไป กรณีที่รถคุณมีประกันชั้นหนึ่ง บริษัทประกันก็จะพยายามยัดเยียดให้คุณไปเปลี่ยนตามร้านกระจกชั้นนำ เมื่อเข้าไปเปลี่ยนแล้วคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อใดคุณยืนกรานว่า จะเอาเข้าไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการของรถที่คุณใช้ จะเกิดปัญหาตามมาทันที คือ เรื่องของค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่ประกันจะไม่รับผิดชอบ เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายพวกน้ำยาทำความสะอาดคราบกาว แถบกาว กิพยึดรางกระจก หรือแม้กระทั่งคิ้วขอบกระจก ฯลฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้ ประกันจะไม่รับผิดชอบ รวมแล้วสนนราคาพอๆ กับกระจกหนึ่งบานเลยทีเดียว

ทำไมราคาค่าใช้จ่ายถึงได้ต่างกันขนาดนั้น นั่นก็เพราะว่า การนำกระจกติดเข้าไปกับตัวถังต้องใช้กาว กิพยึดต่างๆ และคิ้วกรอบกระจก เพื่อให้กระจกแนบสนิทกับตัวถังมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการรั่วซึมทั้งจากลม, เสียง และน้ำ เมื่อกระจกแตกจำเป็นต้องรื้อสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาทิ้งไป เพราะการออกแบบนั้น ออกแบบมาให้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และศูนย์บริการต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดตามคู่มือ แต่ร้านกระจกทั่วไปนั้นจะมีความชำนาญมากกว่าศูนย์บริการมากมาย เพราะวันๆ หนึ่งเปลี่ยนกระจกหลายคัน แต่ในศูนย์บริการนั้น นานๆ ครั้งจะมีเข้าไปเปลี่ยนสักครั้ง ความชำนาญจึงน้อยกว่า ด้วยความชำนาญนี่เอง ทำให้สามารถรื้อกิพและคิ้วกรอบกระจกออกมาได้ง่ายและไม่เสียรูปทรง จึงสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง แต่ถ้าเป็นคนช่างสังเกตจะเห็นว่าการประกอบกลับ

เข้าไปนั้น ไม่แนบสนิทเหมือนเดิม แต่ช่างมีกรรมวิธีในการติดตั้งโดยใช้แถบกาวและซิลิโคน ช่วยในการติดตั้ง ภายหลังจากการติดตั้งจึงมักจะมีปัญหาตามมาเรื่องของเสียงลม น้ำ หรือแม้กระทั่งฝุ่นรั่วเข้าห้องโดยสาร

ถึงแม้จะเป็นร้านใหญ่ๆ โอกาสที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวก็มี เพราะปัญหาไม่ได้มาจากร้าน แต่มาจากช่างที่มีการเปลี่ยนตัวบ่อยๆ คราวซวยเมื่อไปเจอช่างที่ยังไม่มีความชำนาญเพียงพอ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะว่าเราไม่สามารถแก้ไขรอยรั่วภายในได้ การแก้ไขที่ทำได้ก็คือ การใช้ซิลิโคนอัดลงไปตามจุดที่คิดว่าเกิดการรั่วซึม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยากจะจบง่ายๆ และสวยงาม

ดังนั้นเมื่อกระจกหน้าหรือหลังแตกอย่างที่บอกไปว่าควรทำใจ แม้ว่าคุณจะมีประกันช่วยรับผิดชอบ แต่สิ่งที่คุณต้องเปลี่ยนต้องลงทุน คือ เรื่องของน้ำยาทำความสะอาดคราบกาว, แถบกาว, กิพยึดรางกระจก หรือแม้กระทั่ง คิ้วขอบกระจก ฯลฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะอยู่ประมาณ 2,500-3,500 บาท สิ่งเหล่านี้เจ้าของรถควรจะต้องจำใจจ่าย เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ซึ่งการแก้ไขนั้นบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายบานปลายไม่น้อย เพราะจะให้ร้านรื้อออกมาติดตั้งใหม่เป็นเรื่องยาก ต้องถึงขนาดยาซิลิโคนจะไม่สามารถทำได้แล้วนั่นละ ถึงจะค่อยรื้อมาทำใหม่

แต่ถ้ารถคุณไม่มีประกัน การควักจ่ายเองมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการแก้ไขนั้นไม่ใช่ถูกๆ และเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลา การทำงานกับกระจกนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา นอกจากนี้เวลาเข้าไปเปลี่ยนกระจกต้องคุยเรื่องเงื่อนไขการติดตั้ง และบริการหลังการขายให้ดี ร้านส่วนใหญ่มักไม่แนะนำให้เจ้าของรถเปลี่ยน เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น การรั่วซึมที่เกิดขึ้นส่วนมากมักไม่เกิดในระยะเวลาอันใกล้ หลายครั้งเวลาผ่านไปเป็นเดือนจึงจะเห็นว่ามีร่อยรอยการรั่วซึม หรือมีรอยสนิมเกิดขึ้น

นั่นเป็นเพราะว่าทางร้านไม่ใช้น้ำยาลอกคราบกาว แต่ใช้ของแข็งหรือของมีคมขูดคราบกาวเดิมออก ทำให้สีเกิดการถลอก ผลที่ตามมา คือ เกิดสนิมขึ้นจากภายใน กว่าจะรู้ว่าเป็นเพราะช่างใช้ใบเลื่อยเหล็กขูดคราบกาวออก สีจึงถลอกผ่านไปเป็นปี คราบสนิมค่อยๆ ก่อตัวจากภายในและปูดออกมาให้เห็นตามแนวขอบกระจก คราบสนิมนี้ก็เหมือนกับปลวก เมื่อเราเห็นร่องรอยมันภายนอกเมื่อไร นั่นแสดงว่าภายในถูกมันแทะกินจนไม่เหลือคราบแล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมศูนย์บริการถึงได้มีน้ำยาล้างคราบกาวให้คุณเสียเงิน กิพยึดต่างๆ นั้นมันเป็นเหล็กสปริงที่ออกแบบมาให้ใช้ได้ครั้งเดียว โดยการกดลงไป เมื่อมีการรื้อโดยการดึงสวนทางออกมา เหล็กสปริงบางๆ นี้จะยืดเล็กน้อย และไม่มีทางที่จะทำให้มันกลับไปเป็นเหล็กสปริงเหมือนเดิม กิพตัวนี้จะเป็นที่ยึดระหว่างคิ้วกรอบกระจกกับโครงสร้างตัวถัง เพื่อให้เกิดความแน่นหนาเมื่อเราดึงสวนทางออกแล้ว สิ่งที่ทำได้ คือ การซิลิโคนอัดไว้ด้านใน ถ้าการยาด้วยซิลิโคนไม่ดี โอกาสที่คุณจะเสียเงินและเวลามากกว่าส่วนต่างที่กล่าวมามีมากมาย ดังนั้นยอมทำใจ และจ่ายเพิ่มในสิ่งที่จะช่วยตัดปัญหาในอนาคตจะดีกว่า แม้ร้านจะยืนยันถึงเรื่องของการรับประกันผลงานก็ตามที เพราะเป็นสิทธิ์ของเราที่จะตัดปัญหาระยะยาว


Credit: พหลฯ 30 4WHEELS MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com