การดูแลรักษากระจกรถยนต์

การดูแลรักษากระจกรถยนต์

การดูแลรักษากระจกรถยนต์

June 29, 2015

กระจกรถยนต์ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมีหน้าที่หลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือ ป้องกันลม, ฝน, ฝุ่นละอองต่างๆ ที่จะปลิวเข้ามาโดนคนขับและผู้โดยสาร อย่างที่ 2 คือ เป็นตัวกั้นระหว่างห้องโดยสารและภายนอก เพื่อให้ระบบปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยในเรื่องของทัศนวิสัยในการขับขี่ เพราะเวลาฝนตก ถ้าไม่มีกระจกมากั้น เรื่องการขับขี่คงเป็นไปได้ยาก กระจกนั้นมีความสำคัญมาก เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ถ้าดูแลรักษาไม่ได้ อายุการใช้งานของกระจกนั้นจะสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด และการเปลี่ยนกระจกใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีผลต่อเนื่องตามมาไม่น้อย อย่างเช่น เสียงลมรั่วหรือน้ำรั่วเข้าห้องโดยสาร ดังนั้นเรามาเรียนรู้เรื่องของการดูแลรักษากระจกหน้ากันดีกว่า ว่าทำอย่างไรให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน ?

กระจกหน้าต้องดูแลรักษาให้ดี

ใบปัดน้ำฝน ถือเป็นสิ่งแรกที่เจ้าของรถนึกถึงเมื่อฝนตก เพราะนั่นจะทำให้เจ้าของรถนึกได้ว่าครั้งสุดท้ายนั้นเปลี่ยนไปเมื่อไร ใบปัดน้ำฝนนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระจกรถยนต์ ถ้าหลังจากปัดแล้วไม่สะอาด หรือมีเสียงดัง โอกาสที่จะทำให้กระจกหน้าเป็นรอยมีสูงมาก โดยปกตินั้น อายุการใช้งานของใบปัดน้ำฝนจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน โดยเฉพาะรถที่จอดตากแดดเป็นประจำ อายุการใช้งานของใบปัดจะสั้นลง ทำให้ปัดไม่สะอาด และมีเสียงดัง

สิ่งที่ต้องระวังคือ การปัดน้ำฝนในจังหวะแรก เพราะคราบสิ่งสกปรกต่างๆ มักจะเกาะติดอยู่ที่ผิวหน้าของกระจก รวมถึงเม็ดฝุ่นที่ติดอยู่บริเวณใบปัดน้ำฝนจะทำให้กระจกเป็นรอยได้ง่ายมาก สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ การฉีดน้ำล้างกระจกก่อนจะทำการปัด เพราะน้ำจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก และช่วยหล่อลื่น ในน้ำฉีดกระจกนั้นควรผสมแชมพูสระผมชนิดไม่มีครีมนวดผสมอยู่ ผสมแชมพูเล็กน้อยเพื่อให้ฟองที่เกิดขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้กระจกหน้าเป็นรอยได้ง่าย เพราะการที่กระจกหน้าเป็นรอยมันซ่อมแซมและแก้ไขได้ยากมาก ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีร้านซ่อมกระจก แต่ก็แค่ช่วยบรรเทาได้บ้าง เพราะรอยที่เกิดขึ้นมันจะกินลึกเข้าไปในผิวกระจก ถ้าเกิดรอยขึ้น เช่น ถูกหินกระเด็นใส่ทำให้กระจกหน้าเกิดอาการกะเทาะ จำเป็นที่จะต้องซ่อมแซมเพื่อไม่ให้อาการบานปลาย

อาการกะเทาะของกระจกหน้ามีหลายรูปแบบ บางครั้งอาจเกิดเป็นเบ้าลึกเล็กน้อย แต่ไม่มีรอยร้าวเป็นเส้นให้เห็น เมื่อเกิดอาการกะเทาะ อย่างแรกที่ต้องทำ คือ ใช้สกอทเทปใสปิดทับโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสปรกฝังเข้าไปตามรอยที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้การซ่อมแซมเป็นเรื่องยากและไม่เรียบเนียน ถ้าเกิดรอยร้าวเป็นเส้นๆ เหมือนใยแมงมุม ต้องรีบนำเข้าซ่อมโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้รอยร้าวเกิดต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งรอยร้าวแบบนี้จะเกิดต่อเนื่องได้ง่ายมาก ทั้งจากการบิดตัวของโครงสร้างตัวรถ และการกระเทือนจะทำให้รอยร้าวเพิ่มมากขึ้นได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การซ่อมต้องได้รับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะหลายๆ อาการนั้นมันไม่ควรซ่อม แต่ควรจะเปลี่ยนใหม่

การยืดอายุการใช้งานของกระจกหน้า หรือป้องกันไม่ให้เกิดรอยนั้น อย่างแรกที่ต้องทำ คือ
การทำความสะอาดผิวกระจกหน้า เพราะสิ่งสกปรกเป็นส่วนที่ทำให้ใบปัดน้ำฝนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อใช้งานไปนานๆ คราบแมลง ละอองน้ำมันจากบรรดารถเมล์หรือรถบรรทุก ยางไม้ ฯลฯ จะติดเป็นคราบแข็งที่ผิวกระจกหน้า โดยเฉพาะเจ้าของรถที่ต้องจอดใต้ต้นไม้เป็นประจำ ยางไม้และขี้ของพวกแมลงตัวเล็กๆ จะทำให้เกิดผิวขุรขระคล้ายผิวส้ม ทำให้เกิดเสียงดังเวลาทำงานและเกิดคราบเป็นเส้นๆ และยังเสี่ยงต่อการทำให้ผิวกระจกหน้าเป็นริ้วรอยได้ง่าย สำหรับผู้ที่จอดใต้ต้นไม้เป็นประจำควรต้องทำความสะอาดบ่อยๆ การทำความสะอาดในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ใช้น้ำยาเช็ดกระจกเท่านั้นนะครับ เพราะนั่นไม่พอที่จะทำให้ผิวกระจกสะอาดหมดจด การทำความสะอาดที่ได้ผลมากที่สุด คือ ใช้ใบมีดโกนขูดทำความสะอาดผิวกระจกหน้า โดยใช้ใบมีดโกนแบบแบนๆ มีคมด้านเดียว ด้ามยาวๆ อันละ 3-4 บาท ใช้ขูดไปบนผิวกระจกโดยตรงโดยทำมุมเอียงประมาณ 30 องศา แล้วค่อยๆ ขูดผิวกระจก เหมือนเวลาช่างตัดผมโกนหน้าให้คุณนั่นละ ขูดเบาๆ ไปทางเดียวกัน ใจเย็นๆ ไม่ต้องกดแรงเดี๋ยวกระจกจะเป็นรอย เมื่อขูดจนเกลี้ยงทั่วทั้งแผ่นกระจก ที่สำคัญคือ อย่ากดแรง เพียงคุณเอียงมุมของใบมีดมากๆ หน่อยยังไงก็สามารถขูดออกได้ แม้ว่าก่อนหน้าที่จะลงมือขูดจะใช้น้ำยาเช็ดกระจกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ตาม คุณจะเห็นถึงคราบสกปรกที่ถูกขูดออกมาอย่างชัดเจน

ตรวจเชคหัวฉีดน้ำ และถังพักน้ำ

ปัญหานี้มักจะเป็นกับรถอายุเยอะ หรือรถที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลเอาใจใส่ ลองสังเกตดูการฉีดของน้ำล้างกระจกว่าแรงดีหรือไม่ และฉีดอยู่ในแนวที่สมควรหรือไม่ ถ้าหัวฉีดอุดตัน ให้ใช้เข็มเล็กๆ แยงทำความสะอาด และปรับทิศทางให้ไปแนวกึ่งกลางกระจก ถ้าทำความสะอาดแล้วพบว่าแรงดันน้ำเบา ให้ตรวจเชคว่า มีท่อยางรั่วหรือไม่ รวมทั้งเชคสภาพถังพัก และปั๊มน้ำฉีดกระจกด้วย ถ้าพบว่ามีอุปกรณ์ชำรุด ให้เปลี่ยนใหม่ เพราะของพวกนี้ราคาไม่แพง นอกจากนี้ต้องตรวจเชคการทำงานของระบบไล่ฝ้าว่ายังทำงานตามปกติหรือไม่ ถ้าไม่ ให้ทำการตรวจเชคโดยเร็ว นอกจากนี้ คุณสามารถหาซื้อน้ำยาเคลือบกระจกมาใช้ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ ซึ่งจะมีสารช่วยลดการเกาะตัวของหยดน้ำที่ผิวกระจก ช่วยได้มากเมื่อใช้กับกระจกมองข้าง และกระจกหลัง

ตรวจสภาพใบปัดน้ำฝน

เมื่อกระจกสะอาดแล้วก็จะได้รู้ว่าใบปัดของคุณเสื่อมสภาพหรือยัง โดยการลองเปิดที่ปัดน้ำฝนดู (ฉีดน้ำด้วยนะครับ) แล้วสังเกตดูว่าหลังจากปัดแล้วกระจกสะอาดหรือไม่ และมีเสียงดังด้วยหรือเปล่า ถ้ามีหรือทั้ง 2 อย่างก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว เพื่อให้เกิดทัศนวิสัยที่ดี และไม่ทำให้กระจกเป็นรอยภายหลัง เมื่อเปลี่ยนควรเลือกเปลี่ยนทั้งใบปัด ไม่ควรซื้อแบบที่เปลี่ยนเฉพาะยางปัดอย่างเดียว เพราะจุดยึดระหว่างโครงใบปัดกับก้านปัดน้ำฝนนั้นส่วนมากเป็นพลาสติค เมื่อโดนแดดนานๆ ก็กรอบแตกได้ง่าย เดี๋ยวนี้ใบปัดน้ำฝนดีๆ คู่หนึ่งราคาประมาณ 350-500 บาท คุณภาพกลางๆ ประมาณ 150-250 บาท ของถูกเนื้อยางจะแข็ง ทำให้กระจกเป็นรอยง่าย และเวลาเลือกซื้อต้องดูสภาพของยางปัดด้วยว่ามีรอยแตกลายงาหรือไม่ อย่าไว้ใจว่าเป็นของใหม่แล้วจะสบายใจ เพราะของเก่าเก็บถูกเอามาขายปนกับของดีๆ ก็มี

การดูแลและรักษาสภาพใบปัดน้ำฝนนั้น ไม่ควรยกก้านปัดน้ำฝนค้างไว้ เพราะจะทำให้สปริงของก้านปัดน้ำฝนล้า ทำให้ไม่สามารถกดใบปัดน้ำฝนได้แนบสนิทกับผิวกระจก การปัดน้ำฝนหรือการกวาดน้ำฝนออกจากผิวจึงทำได้ไม่ดี และเมื่อใช้ความเร็วสูงๆ ลมที่มาปะทะกับกระจกนั้นจะทำให้ก้านปัดน้ำฝนยกตัวขึ้นจากแรงลมปะทะ ยิ่งทำให้ใบปัดน้ำฝนไม่สามารถกวาดน้ำฝนที่ผิวกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นไม่ควรที่จะยกก้านปัดน้ำฝนเอาไว้เพราะกลัวใบปัดจะเสื่อมสภาพเร็ว ใบปัดน้ำฝนนั้นราคาไม่แพง สามารถเปลี่ยนได้ทุกปีเพื่อยืดอายุการใช้งานของกระจกหน้า เนื่องจากอากาศบ้านเราร้อนมาก ใบปัดน้ำฝนจะเสื่อมสภาพเร็วอย่างน่าใจหาย อย่าไปเสียดายกับใบปัดน้ำฝนราคาไม่กี่ร้อย เพราะกระจกหน้าบานหนึ่งราคาครึ่งค่อนหมื่นเลยทีเดียว


Credit: พหลฯ 30 4WHEELS MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com