ล้อก็สำคัญ ! ขาดฉันเธอจะรู้สึก

ล้อก็สำคัญ ! ขาดฉันเธอจะรู้สึก

ล้อก็สำคัญ ! ขาดฉันเธอจะรู้สึก

May 27, 2015

ไม่ใช่แค่ยางอย่างเดียว "ล้อ" ก็เป็นส่วนสำคัญของรถ แม้ว่าจะไม่ใช่หัวใจอย่าง เครื่องยนต์ก็ตาม แต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้แน่ๆ หากขาดล้อ รถ จะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร ?

แต่นอกจากมันจะสามารถพาคุณ และรถคันรักของคุณไปไหนต่อไหนได้แล้วนั้น คุณรู้จักเจ้าวงกลมๆ ที่พาคุณท่องเที่ยวกันบ้างไหม ล้อรถตามท้องถนนทั่วไปมีหลายแบบ อย่างไรก็ตาม ล้อรถโดยทั่ว ไปจะมีโครงสร้างหลักๆ ได้แก่ ส่วนของขอบล้อ (RIM) โดยจะทำหน้าที่รองรับยาง และส่วนกลาง ของล้อนั้นเรียกว่าจานล้อ (DISC) โดยจะเป็นส่วนที่มีความแข็งแรง เพราะต้องพร้อมที่จะรับ น้ำหนักที่จะเกิดขึ้น

การเลือกใช้ล้อรถเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นอกจากจะเลือกที่ “รูปหล่อ” เหมาะกับรถคุณแล้ว อย่าลืม ดูวัสดุผลิต และความแข็งแรงด้วยล่ะ เพราะนั่นคือความปลอดภัยบนท้องถนนทั้งของคุณ และ ของชาวบ้าน

โดยทั่วไปล้อรถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบใหญ่ๆ ตามวัสดุที่ผลิต ได้แก่ ล้อกระทะเหล็ก (DISC WHEEL/STEEL WHEEL)/ล้อแมก (ALLOY WHEEL) และล้อลวดถัก (WIRE SPOKER WHEEL)

1. ล้อกระทะเหล็ก
เป็นล้อที่มีความแข็งแรง โดยวัสดุ ทำจากจานเหล็กที่มีความเหนียว ผลิตง่าย และแข็งแกร่ง โดยส่วนกลางของล้อโดยทั่วไป มักจะมีรู 4-6 รู เพื่อใช้ยึดติดกับดุมล้อ โดยขอบล้อบางแบบจะมีสัน (SAFTY RIDGE) ทำหน้าที่ไม่ให้ขอบยางหลุดออกจากขอบล้อ ในกรณีที่ยางรถอ่อนมากๆ หรือยางแตก โดยขอบวงแหวน (RIM) และหน้าแปลน (SPIDER) จะยึดติดกันด้วยการเชื่อม หน้าแปลนจะมีการเจาะช่องเว้า ส่วนนี้ เองจะช่วยลดน้ำหนัก และระบายความร้อนของล้อรถได้ดี กระทะล้อที่ดีนั้น จะต้อง ไม่แกว่งหรือบิดเบี้ยวเกินค่าที่โรงงานกำหนด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของการทำงาน ของกระทะล้อลดลง รวมถึงสมรรถนะในการขับขี่ของรถ ก็จะลดลงไปด้วย

2. ล้อแมก หรือ ล้ออัลลอย
ล้อแมก เคยเป็นล้อที่มีวัสดุหลักเป็นแมกนีเซียม แต่เนื่องจากปัจจุบันวัสดุในการผลิต นั้นหายาก การผลิตจึงถูกปรับวัสดุให้มีอลูมิเนียมผสมกับแมกนีเซียม หรือเรียกว่าอัลลอยครับ ล้อประเภทนี้ มีน้ำหนักน้อยและระบายความร้อนได้ดี ล้อประเภทนี้อาจจะไม่เหมาะกับรถที่ต้อง บรรทุกหนัก เนื่องจากล้อนั้นมีความเปราะกว่าเหล็ก ดังนั้นเมื่อล้อได้รับแรงปะทะแรงๆ แล้วจะทำให้ล้อชำรุด ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการขับขี่ โดยปัจจุบัน การผลิตล้อแมก มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีพัฒนาการผลิตขึ้นมาก จึงเป็นที่นิยมกันมากขึ้นครับ เนื่องจากมีแบบให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย

3. ล้อลวดถัก
ข้อนี้แถมให้เฉยๆ ล้อลวดถัก เป็นล้อที่ไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนักในรถยนต์ เนื่องจากเป็นล้อที่เหมาะ สำหรับรถโบราณคลาสสิค และรถที่มีราคาสูง เนื่องจากเป็นล้อที่มีราคาแพง ตามท้อง ถนนทั่วไปจึงเห็นมีใช้ในรถจักรยาน และรถจักรยานยนต์ครับ ล้อรถแบบนี้ มีซี่ลวดถักตาม แนวรัศมีของล้อรถ และมีดุมล้อเพียงจุดเดียว ทำให้ถอดเปลี่ยนล้อได้ง่าย และไม่ยุ่งยาก เหมือนล้อรถแบบอื่นๆ ครับ แต่เป็นล้อที่มีราคาแพงมาก เราจึงไม่เห็นรถทั่วไปตาม ท้องถนนนั้นใช้กันครับ

ค่าออฟเซท

การเลือกล้อ นอกจากจะดูรูปแบบที่ถูกใจแล้ว "ออฟเซท” (OFFSET) ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ในการเลือกล้อให้เหมาะกับรถของคุณ โดย ออฟเซท คือ ระยะห่างระหว่างหน้าแปลน ยึดดุมล้อ (HUB MOUNTING SURFACE) ภายในล้อ กับขอบกระทะล้อด้านนอก นับ จากจุดกึ่งกลางเป็นจุดตั้ง มีหน่วยเป็น มม. ครับ ซึ่งแบ่งใหญ่ๆ ออกได้ 3 ประเภท ได้แก่ ออฟเซท ศูนย์/ออฟเซท บวก และ ออฟเซท ลบ

1. ออฟเซท ศูนย์ (OFFSET ZERO) คือ ตำแหน่งยึดดุมล้อ อยู่ศูนย์กลางล้อพอดี

2. ออฟเซท บวก ( POSITIVE OFFSET) คือ ตำแหน่งยึดดุมล้อ เยื้องออกมาด้านหน้า (ด้านนอกรถ หรือด้านหน้าของแมก) เริ่มจากจุดศูนย์กลางของล้อ ถ้าหน้าแปลนยึด ดุมเริ่มเดินหน้าออกมา ถือว่าเป็น ออฟเซทบวกทันที หรืออาจจะสังเกตได้ไม่ยาก คือ ลายด้านหน้าของล้อแมก จะยื่นออกมามาก หรือออกมาเสมอกับขอบล้อรถครับ

3. ออฟเซท ลบ (NEGATIVE OFFSET) คือ ลักษณะที่ตรงข้ามกับ ออฟเซท บวก โดย ตำแหน่งยึดดุมล้อจะถอยเข้าไปด้านในของล้อ นับจากจุดศูนย์กลางล้อ ยิ่งถอยเข้า ไปมากเท่าไร ก็ยิ่งติดลบมาก โดยลายด้านหน้าของแมกจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในจาก ขอบล้อด้านนอก

ล้อที่มี ออฟเซท พอดีกับรถนั้น หากสังเกตดูล้อที่ใส่ยาง และเติมลมในระดับพอดี ขอบยางและแก้มยางจะไม่เกินออกมานอกซุ้มล้อ หรือในทางหนึ่ง ก็จะต้องไม่ หุบเข้าไปในซุ้มล้อมากเกินไปครับ โดยมากเลขออฟเซทล้อนั้น จะถูก ระบุออกมาจากโรงงานอย่างชัดเจน

ศูนย์ล้อ

เมื่อรู้จักล้อ และเลือกล้อให้เหมาะกับรถแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนึกถึง เมื่อพูดถึงล้อ คือ "ศูนย์ล้อ" ศูนย์ล้อมีหน้าที่สำคัญ คือ จะช่วยควบคุมทิศทางของรถในแนวตรง ให้ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า โดยจะช่วยให้การบังคับล้อ และพวงมาลัยรถ เป็นไปอย่างราบรื่น การปรับศูนย์ล้อต้องเป็นไปตามผู้ผลิตกำหนดครับ หากมีการเปลี่ยนล้อ หรือยาง แล้วไม่ทำการตั้งศูนย์ ก็จะมีส่วนทำให้ยางสึกหรอผิดปกติ หรือการกินยางไม่สม่ำ เสมอ

นอกจากนี้ รถที่มีศูนย์ล้อไม่ตรง ก็อาจเกิดอาการผิดปกติในการขับขี่ เช่น รถวิ่งไม่ตรง กินซ้าย/ขวา ล้อตรงแต่พวงมาลัยเอียง เป็นต้น เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ ควรจะนำรถ แสนรักของคุณไปตั้งศูนย์แล้วละครับ

สำหรับอีกอาการที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อขับขี่ คือ อาการพวงมาลัยสั่น สาเหตุอาจจะเกิด จากความไม่สมดุลของล้อและยางครับ ซึ่งก็จะเป็นอุปสรรคกับการขับขี่ อาการ แบบนี้อาจจะเกิดได้จากหลายปัจจัยครับ แต่หากรู้สึกว่าขับรถแล้วล้อสั่นล่ะก็ คิดถึง การถ่วงล้อเอาไว้เป็นอันดับแรกได้เลยครับ


Credit: คนผ่านมา 4WHEELS MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com