อีเอสพี ช่วยชีวิตคุณได้

อีเอสพี ช่วยชีวิตคุณได้

อีเอสพี ช่วยชีวิตคุณได้

May 26, 2015

อีเอสพี คือ พยัญชนะหน้าของ ELECTRONIC STABILITY PROGRAM หมายถึง พโรแกรมช่วยรักษาเสถียรภาพของรถ ถ้าเอาความหมายจากชื่อของมันล้วนๆ ก็ยังเดาหน้าที่ของมันจริงๆ ไม่ออก พโรแกรมนี้จะช่วยรักษาเสถียรภาพของรถเฉพาะตอนที่รถเลี้ยวและเสียหลักเท่านั้นครับ ถ้าเป็นการแล่นทางตรง ซึ่งก็ต้องการเสถียรภาพที่ดีเหมือนกัน อีเอสพี จะไม่เกี่ยวข้องด้วย ถ้าต้องการได้เสถียรภาพทางตรงที่ดี ต้องใช้ฝีมือออกแบบ ทดสอบ และปรับช่วงล่างกันล้วนๆ

อีเอสพี จะมีบทบาทเฉพาะตอนเลี้ยว และถ้าเลี้ยวธรรมดา มันก็จะไม่มาก้าวก่ายหน้าที่ของเราผู้ขับหรอกครับ ต่อเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นจนรถเสียการทรงตัว มันถึงจะช่วยแก้ไข และทำได้รวดเร็วระดับปฏิกิริยาของคนขับเทียบไม่ติดเลย ไม่ว่าจะเสียการทรงตัวขณะเลี้ยว เพราะความคะนอง ความประมาท หรือเป็นเรื่องสุดวิสัยก็ตาม อีเอสพี ไม่ "สน" และไม่แยกแยะให้เสียเวลา เพราะเป็นอันตรายทั้งนั้น เซนเซอร์หลายตัวที่ถูกติดตั้งในตำแหน่งต่างๆ จะส่งข้อมูลให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล ว่าเข้าข่ายเสียการทรงตัว ระดับที่หากไม่ช่วยจะเป็นอันตรายหรือไม่

การเสียการทรงตัวในโค้งมีอยู่ 2 กรณีด้วยกัน (ถ้าไม่นับแบบพิเศษเป็นแบบที่ 3) คือ หน้าไถล หรือ ดื้อโค้ง หรือ อันเดอร์สเตียริง กับ "ท้ายปัด" เลี้ยวเข้าในโค้งเกินกว่าที่ผู้ขับต้องการ หรือ โอเวอร์สเตียริง ถ้าเป็นกรณีแรก อีเอสพี จะ "สั่ง" ให้เบรคของล้อหลังในโค้ง ทำงานเสริมเป็นพิเศษล้อเดียว (ถ้าผู้ขับกำลังเบรคอยู่ อีเอสพี ก็จะเบรคล้อนี้แรงกว่าเป็นพิเศษ) ถ้าเป็นกรณีหลัง จะให้ล้อหน้านอกโค้งถูกเบรคเป็นพิเศษและขณะเบรคก็จะผ่อนคันเร่ง (ไฟฟ้า) ด้วย

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม ความเร็วของรถต้องไม่เกินกว่าที่แรงเสียดทานจะรับได้นะครับ เพราะไม่มีอะไรอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางฟิสิคส์ได้ ถ้าเข้าโค้งมาเร็วเกินลิมิทไปมาก ถึง อีเอสพี จะพยายามทำงานก็หมดความหมาย เพราะรถก็จะไถลออกนอกโค้งไปทั้งคันอยู่ดี

การเสียหลักของรถแบบที่ 3 ในวงเล็บของผม จึงเกิดขึ้นได้แม้รถจะมีอาการเป็นกลาง คือ ไม่โอเวอร์ และไม่อันเดอร์สเตียริง แต่มันจะแหกโค้งไปทั้งๆ ที่ตัวรถยังอยู่ในแนวเดียวกับถนนระบบใหม่ๆ ที่ใช้กับรถของเรา มักมีชื่อที่สื่อว่าเป็นอุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่จับต้องได้หรือฮาร์ดแวร์ แต่ อีเอสพี มีความหมายเป็นเพียงพโรแกรมเท่านั้น เพราะนอกจากเซนเซอร์วัดความหน่วงหรือความเร่งวัดความเร็วที่คนขับหมุนพวงมาลัยแล้ว ระบบนี้ใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วครับ นั่นคืออุปกรณ์ของระบบป้องกันล้อลอค หรือ เอบีเอส

ที่นำกลับมาแนะนำอย่างย่อในครั้งนี้ เพราะผมได้สถิติที่เชื่อถือได้ ยืนยันประโยชน์ของ อีเอสพี อย่างชัดเจน โดยสมาคมผู้รับประกันภัยในเยอรมนี ได้วิเคราะห์อุบัติเหตุและพบว่า ร้อยละ 60 ของอุบัติเหตุของรถยนต์ ที่มีผู้เสียชีวิต เกิดจากการเสียการทรงตัวจนควบคุมไม่ได้ของรถ และในจำนวนนี้ 2 ใน 3 (ซึ่งก็คือร้อยละ 20 ของรถที่เกิดอุบัติเหตุจากการเสียการทรงตัวและมีผู้เสียชีวิต) สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ รอดตายหากรถนั้นมี อีเอสพี อยู่
ส่วนมหาวิทยาลัยในรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา ทดสอบกับแท่นจำลองการขับควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ โดยให้อาสาสมัครแก้ไขและบังคับรถในสถานการณ์วิกฤต เช่น หลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน เจอโค้งแบบรัศมีเล็กลงเรื่อยๆ (แบบนี้ขับยากมากครับ "มือเซียน" หลงตัวเอง เจ็บหรือตายมามากแล้ว) และถูกลมปะทะด้านข้างอย่างแรงที่ความเร็วสูง ปรากฏผลว่า ถ้ามี อีเอสพี จะมีผู้ขับรอดพ้นจากอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 กรณีแรกเป็นสถิติของจริงจากเยอรมนี ส่วนกรณีหลังเป็นการทดลองแบบจำลองสถานการณ์ แต่ก็มีความใกล้เคียงกันพอสมควรครับ

บทสรุปก็คือ ระบบนี้เหมาะที่สุดสำหรับพวกเราชาวไทย ที่ชอบรถเร็ว รถแรง ศึกษาเทคนิคการขับน้อย ประมาท หรือถนนลื่นเพราะไม่มีกฎหมายเอาผิดกับผู้รับผิดชอบ

ที่ผมนำมาเล่านี้ เพราะต้องการให้ผู้จำหน่ายรถติดตั้ง หรือถ้าเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ ก็สั่งระบบนี้ให้แก่ลูกค้าด้วย ส่วนผู้อ่านที่เป็นลูกค้า และซื้อรถชั้นดีราคาสูง (แบ่งประเภทให้ชัดเจนยากครับ) ก็ช่วยเรียกร้องให้มีระบบนี้มากับรถด้วยครับ คุณค่าของมันประเมินเป็นราคาได้ยาก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตและความปลอดภัยของเราผู้ใช้รถโดยตรง


Credit: เจษฎา ตัณฑเศรษฐี FORMULA MAGAZINE