ใบปัดน้ำฝน สิ่งสำคัญที่ควรดูแล โดยเฉพาะในหน้าฝน

ใบปัดน้ำฝน สิ่งสำคัญที่ควรดูแล โดยเฉพาะในหน้าฝน

ใบปัดน้ำฝน สิ่งสำคัญที่ควรดูแล โดยเฉพาะในหน้าฝน

May 26, 2015

ในฤดูฝนนั้น การเตรียมยางปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นเรื่องจำเป็น เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง โดยเฉพาะขณะขับกลางฝนในเวลากลางคืน การตรวจสภาพยางปัดน้ำฝนไม่ใช่ดูที่เนื้อยางว่ายังไม่เสื่อมหรือยังไม่ฉีกขาดนะครับ ต้องดูที่ความสามารถในการกวาดหยดน้ำที่ผิวกระจกว่าเกลี้ยงหรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่ผู้ขับรู้ดีที่สุด อย่าไปหวังพึ่งพาช่างให้ตรวจให้ ถ้าเอายางปัดน้ำฝนมาดูผ่านแว่นขยาย เราจะเห็นว่าตรง "คม" ของมันมีลักษณะเป็นมุมฉาก แต่ละมุมจะทำหน้าที่กวาดน้ำทางใดทางหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะขณะทำงาน ยางปัดน้ำฝนจะลู่เอนเล็กน้อย มุมฉากนี้จะมีรูปทรงพิเศษเฉพาะ ซึ่งได้จากการวิจัยทดสอบกันมาหลายสิบปี ว่ากวาดน้ำได้เกลี้ยง ไม่ส่งเสียงดัง และมีอายุใช้งานนานเพียงพอด้วย

ถ้ารูปทรงนี้ผิดเพี้ยนไปเพราะความสึกหรอ แม้จะใช้งานอย่างถูกวิธีก็ตาม มันก็จะกวาดน้ำได้ไม่หมด และไม่จำเป็นต้องสึกพร้อมกันในอัตราเท่ากันด้วย เราจึงพบอยู่บ่อยๆ ว่า มันจะกวาดน้ำในทิศทางหนึ่ง "แย่" กว่าอีกทิศหนึ่ง เมื่อใดที่ยางปัดน้ำฝนกวาดน้ำจากผิวกระจกได้ไม่เกลี้ยง รีบเปลี่ยนใหม่ทันทีครับ ส่วนใหญ่มีขายเป็นใบสำเร็จรูป คือ มีโครงโลหะมาให้เสร็จ เพราะแบบที่แกะเปลี่ยนเฉพาะเส้นยางนั้นยุ่งยากและต้องใช้ฝีมือเชิงช่างพอสมควร ราคาก็ไม่แพง ถ้าหาซื้อมาเปลี่ยนเองก็ประมาณใบละ 100 กว่าบาทสำหรับรถทั่วๆ ไป ส่วนรถราคาแพงที่มีรูปแบบใบปัดน้ำฝนค่อนข้างพิเศษหายาก อาจจะโดน "ขูดเลือด" ถึงใบละเกิน 1,000 บาทก็ได้

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความเชื่อมั่นในการตรวจสอบหรือตัดสินใจ มีวิธีง่ายๆ ครับ คือ เปลี่ยนใหม่ปีละชุดทุกต้นฤดูฝน ไม่ต้องกลัวว่าจะบ่อยไปหรือสิ้นเปลือง เพราะอายุของมันก็อยู่ในช่วงประมาณที่ว่านี้ นี่หมายถึงใช้งานมันอย่างถูกต้องแล้วนะครับ ถ้าใช้ผิดวิธีวันเดียวก็พังแล้ว

วิธีใช้งานที่ถูกต้องมีดังนี้ครับ

ห้ามใช้งานขณะกระจกแห้งเด็ดขาด
บางคนใช้แทนที่ปัดฝุ่นจากกระจก ปัดสามทีคมของมันก็สึกจนหมดอายุแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะปัดฝุ่นต้องฉีดน้ำใส่กระจกก่อนเสมอ รถรุ่นปัจจุบันจะมีปั๊มไฟฟ้าฉีดน้ำล้างกระจกอยู่แล้ว จากนั้นใบปัดน้ำฝนจะทำงานโดยอัตโนมัติประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง ถ้าจะปัดน้ำฝนจากกระจก รอให้กระจกเปียกพอสมควรครับ สังเกตง่ายๆ คือ เมื่อถึงจุดที่เรามองผ่านลำบากนั่นแหละครับแสดงว่ามีหยดน้ำฝนที่กระจก "เพียงพอ" แล้ว เมื่อใดที่ฝนหยุดหรือเกือบหยุด ต้องปิดทันที หรือเลือกจังหวะหน่วง ให้เหมาะกับปริมาณเม็ดฝน ผมเห็นฝนหยุดไปนานแล้ว ยังคุยเพ้อเจ้อด้วยโทรศัพท์มือถืออีกหลายนาที แบบนี้จะไปโทษว่ายางปัดน้ำฝนที่เขาทำมาไม่ทนทานพอไม่ได้ครับ

น้ำฉีดกระจกต้องมีปริมาณเพียงพออยู่ตลอดเวลา
ส่วนใหญ่รถที่ผู้ผลิตเน้นด้านคุณภาพ จะมีสารทำความสะอาดกระจก ผสมมาในน้ำฉีดกระจกด้วยเสมอ แต่เป็นเพียงครั้งเดียว พอหมดแล้วเจ้าของรถก็จะเติมเพียงน้ำประปาล้วน ซึ่งก็เกือบจะเหมือนไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ไม่เพียงพอสำหรับการใช้รถให้ถูกต้องและปลอกภัยครับ น้ำสำหรับฉีดล้างกระจก ต้องผสมสารทำความสะอาดกระจกด้วยเสมอ เพราะมันช่วยชะล้างคราบไขมันจากซากแมลง ละอองยางมะตอย และสิ่งสกปรกสารพันได้อย่างดี มีข้อแม้ว่าต้องเป็น "น้ำยา" ที่ดีมีคุณภาพ เท่าที่เห็นในท้องตลาด มีคุณภาพเพียงพอครับ เพราะผลิตจากต่างประเทศที่มีมาตรฐานสูง มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเข้มแข็ง แต่ราคานั้นสูงมาก จนหลายคนที่อยากใช้ ต้องเปลี่ยนใจเพราะ "ซื้อไม่ลง"


Credit: เจษฎา ตัณฑเศรษฐี FORMULA MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com