ทริคระบายความร้อน เมื่อจอดกลางแดด

ทริคระบายความร้อน เมื่อจอดกลางแดด

ทริคระบายความร้อน เมื่อจอดกลางแดด

May 26, 2015

นับจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้พัฒนามาอย่างรวดเร็ว ข้อมูลข่าวสารหลายๆ ด้านก็กระจายไปอย่างรวดเร็วในโลกไซเบอร์ แต่ข้อมูลหลายๆ อย่าง เมื่อได้รับต้องนำมากรองหาความถูกต้องเสียก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้ ใครๆ ก็สามารถทำได้ หลายเรื่องขาดความถูกต้องทั้งทางวิชาการ และความเป็นไปได้ บางครั้งเรามักจะได้ยินเรื่องที่เอามาคุยกันมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์เป็นประจำ นึกๆ ไปแล้วมันก็คล้ายๆ ที่เราอ้างถึงสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาว่า “เค้าบอกมา”, “เขาพูดกัน” ฯลฯ หลายๆ คนให้ความเชื่อถือฟอร์เวิร์ดเมล์มากจนน่าตกใจ เนื่องจากเพื่อนๆ มักจะส่งต่อให้กันและกัน คิดไปคิดมามันก็เหมือนกันจดหมายลูกโซ่ที่ไม่ได้ลงชื่อ

ฟอร์เวิร์ดเมล์ ยอดฮิท

ล่าสุดที่ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์เกี่ยวกับรถยนต์ด้วยคำเตือนว่า “อย่าเปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ทันทีที่คุณขึ้นรถ !” เป็นเรื่องที่ฟังแล้วน่าตกใจไม่น้อยเลย เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อขึ้นรถก็ต้องรีบเปิดเครื่องปรับอากาศเพราะอยากได้แอร์เย็นๆ เนื่องจากสภาพอากาศภายนอกที่ร้อนอบอ้าว การเข้ามาในห้องโดยสารที่เย็นๆ ย่อมช่วยได้ แต่มาเจอคำเตือนจากฟอร์เวิร์ดเมล์ ทำให้หลายคนต้องคิดใหม่ เพราะอะไรน่ะหรอ ข้อความนี้ยกมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับดังกล่าว “อย่าเปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ทันทีที่คุณขึ้นรถ ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณจอดรถตากแดดไว้ ให้เปิดหน้าต่างหลังจากขึ้นรถ และอย่าเปิดแอร์ทันที ตามผลการวิจัยแผงหน้าปัด (คอนโซล) เบาะที่นั่ง และน้ำหอมปรับอากาศ จะสร้างสารเบนซีน ที่เป็นสารก่อมะเร็งขึ้น (อย่างที่คุณได้กลิ่นเหมือนพลาสติคจางๆ ในรถ)

นอกจากเป็นสาเหตุให้เป็นมะเร็งแล้ว สารดังกล่าวยังเป็นพิษต่อกระดูก ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง และลดจำนวนเม็ดเลือดขาว ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคลูคีเมีย และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มารดาได้ ระดับของสารเบนซีนที่ยอมรับได้ในรถ คือ 50 มิลลิกรัม/ตารางฟุต แต่ระดับของสารเบนซีนในรถที่จอดอยู่ในร่มมีค่าอยู่ที่ 400-800 มิลลิกรัม หากรถจอดอยู่กลางแจ้งที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 60 องศาฟาเรนไฮท์ (15.5 องศาเซลเซียส) ระดับของสารเบนซีนจะสูงขึ้นถึง 2,000-4,000 มิลลิกรัม คือ สูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ถึง 40 เท่า คนที่อยู่ในรถจะหายใจเอาสารพิษที่สูงเกินมาตรฐานดังกล่าวเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำว่าให้คุณเปิดประตู หน้าต่างรถไว้สักระยะ เพื่อให้อากาศที่อยู่ในตัวรถออกมาก่อนจะเข้าไปนั่ง สารพิษที่ร่างกายคุณไม่สามารถขับออกได้โดยง่าย จะได้ลดปริมาณลง"

ใครรับรอง !

เมื่ออ่านจบแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่ฟังขึ้น แต่ไม่มีแหล่งอ้างอิงว่าเป็นข้อมูลการวิจัยจากที่ใด ดังนั้นมันจะย้อนกลับมาเรื่องแรกๆ ที่ว่าฟอร์เวิร์ดเมล์มักเชื่อถือไม่ได้ ผมไม่ได้คัดค้านข้อมูลนี้ แต่ก็บอกได้เลยว่าการออกแบบรถยนต์สักคันนั้น มันซับซ้อนกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสาร “เบนซีน” ที่กล่าวอ้าง เพราะการออกแบบชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารนั้นไม่ได้เน้นในเรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น วัสดุที่ใช้ในการผลิตต้องผ่านการทดสอบและวิจัยแล้วว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ชิ้นส่วนพลาสติคในห้องโดยสารนั้นต้องทำการทดสอบที่หลายอุณหภูมิ ทั้งเย็นจัด ร้อนจัดเกินกว่าสภาพแวดล้อมทั่วไป เพราะคำนึงถึงเรื่องอายุการใช้งาน

การทดสอบในห้องทดลองของบริษัทรถยนต์นั้น สิ่งแรกที่นำมาเป็นเงื่อนไขในการเลือกวัสดุ คือ เรื่องของความปลอดภัยต่อผู้โดยสาร รองลงมา คือ ความทนทาน จึงหมดห่วงไปได้ แต่สิ่งอื่นๆ ที่คุณเก็บไว้ในห้องโดยสารนั้นไม่แน่นอน เช่น น้ำหอม สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดสารดังกล่าวได้มากกว่า เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ในที่ๆ มีความร้อนสูงๆ

แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง ?

การเปิดกระจกเพื่อระบายอากาศเมื่อขึ้นรถนั้น เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากภายในห้องโดยสารไม่ใช้ระบบปิดร้อยเปอร์เซนต์ จังหวะที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์โดยเฉพาะในที่อับ ไอเสียจะรั่วไหลเข้ามาในห้องโดยสารได้ รวมถึงเวลาที่จอดรถเติมน้ำมัน หรือแกส ต้องดับเครื่องและแง้มกระจกไว้เล็กน้อย เมื่อเติมเสร็จและออกจากปั๊ม ยังไม่ต้องรีบปิดกระจก ควรวิ่งไปสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้อากาศในห้องโดยสารเกิดการหมุนเวียน ตอนที่เราจอดเติมเชื้อเพลิงนั้น ไอน้ำมัน หรือแกสอาจจะเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารได้ง่าย โดยเฉพาะรถที่มีการซีลไม่ดีนัก การเปิดกระจกเพื่อระบายไอพิษเหล่านั้นออกไปจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

อีกกรณีที่ควรเปิดกระจก คือ เวลาจอดตากแดด ภายในห้องโดยสารจะร้อนมากๆ เมื่อขึ้นรถแล้วควรเปิดกระจกและขับไปสักพัก เพื่อให้อากาศภายในห้องโดยสารมีการหมุนเวียน เป็นการลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารลง เมื่อเปิดหน้าต่างแล้วจะทำให้เย็นถึงอุณหภูมิที่ต้องการเร็วกว่า การทำแบบนี้ยังช่วยให้ระบบปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยลง แต่หลายคนมักเปิดแอร์ทันทีเมื่อขึ้นรถ แล้วปรับอุณหภูมิไปต่ำสุด ซึ่งคิดว่าจะเย็นเร็วขึ้น แต่ในความเป็นจริงมันเย็นช้ากว่าการเปิดกระจก คิดง่ายๆ ว่าเวลาเราจอดรถตากแดด ถ้าอากาศข้างนอกอุณหภูมิ 37-38 องศาเซลเซียส ภายในห้องโดยสารอุณหภูมิจะสูงเป็นเท่าตัว ระหว่างเราเปิดกระจกให้อากาศถ่ายเท ให้อุณภูมิภายในห้องโดยสาร เท่ากับอากาศภายนอก ระบบปรับอากาศก็จะเริ่มทำงานที่อุณหภูมิภายในราวๆ 37-38 องศาเซลเซียสเช่นกัน ไม่นานนักก็จะปรับมาที่เราตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้

ในกรณีที่เราขึ้นรถแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศทันที แม้เราจะเร่งความเย็นให้ต่ำสุด แต่อุณหภูมิขณะนั้นสูงกว่าอากาศข้างนอกเป็นเท่าตัว เครื่องปรับอากาศจะทำงานหนักมาก กว่าที่จะลดอุณหภูมิลงมาเท่าอากาศภายนอก กว่าห้องโดยสารจะเริ่มเย็น คงอีกนาน แตกต่างจากการเปิดกระจกเพื่อปรับอุณหภูมิภายในก่อน นั่นจะส่งผลให้ระบบปรับอากาศทำงานน้อยลง แต่เย็นเร็วขึ้น


Credit: พหล ฯ 30 4WHEELS MAGAZINE
รูปภาพ: www.iStockphoto.com